ผู้นำเปลี่ยนโลกเปลี่ยนไป..พลังงาน-ดอลล์เหมือนเดิม


นายสุรงค์ บูลกุล ประธานกรรมการ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC กล่าวกับ “ดอกเบี้ยธุรกิจ” ถึงผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาว่า เป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่คาดไม่ถึง ว่าจะได้ประธานาธิบดีชื่อ “โดนัลด์ ทรัมป์” ที่ค่อนข้างจะมีแนวความคิดชาตินิยมเป็นอย่างมาก ทำให้มีเหตุการณ์หลายอย่างที่ต้องกลับมาวิเคราะห์กันใหม่ เป็นการตอกย้ำว่า การทำโพลล์สำรวจความคิดเห็น ตั้งแต่การทำ Brixit จนถึงการเลือกประธานาธิบดีอเมริกา ออกมาไม่ตรง อาจเป็นเรื่องของการเข้าถึงข้อมูลยังไม่สมบูรณ์

นายสุรงค์ กล่าวว่า โดยความเห็นส่วนตัว การที่โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งมีนโยบาย “อเมริกัน เฟิร์ส” น่าจะมีผลกระทบพอสมควรโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการค้าเสรีของโลก ซึ่งต้องระมัดระวังเรื่องของการนำเข้า/ส่งออก โดยสหรัฐอเมริกาน่าจะสวมบทโหด ทำให้กระบวนการนำสินค้าเข้าสหรัฐอเมริกาลำบากยิ่งขึ้น

“เขาบอกแล้วว่าจะต้องรีวิวใหม่ ไม่ใช่เรื่องของ TPP อย่างเดียวที่เขาไม่เอา แต่ยังมีเรื่อง NAFTA ซึ่งจะทำให้สินค้าที่มาจากประเทศที่สามที่จะเข้าสู่สหรัฐอเมริกาจะมีข้อจำกัดยิ่งขึ้น เนื่องจากเขาเห็นประเทศจีนเป็นคู่แข่ง และมีเรื่องของความไม่ยุติธรรมในการทำสัญญาต่างๆ จึงมีความเชื่อมั่นว่าสินค้าจะเปลี่ยนเป้าหมายไหลมาสู่ทางใต้ ก็คือทางอาเซียนเป็นหลัก”

ฉะนั้น ผลของการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของการค้านี้ ทำให้ไทยเองต้องเตรียมตัวรองรับไว้ด้วย

“บริษัทของไทยจะต้องเข้มแข็ง และต้องพิจารณาเรื่องของกระบวนการในการผลิตเพื่อการส่งออก แต่ทั้งนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นเรื่องที่จะต้องหวั่นวิตกว่าจะได้รับปลกระทบโดยเร็ว ฉับพลันทันที เพราะ ขบวนการของสหรัฐอเมริกาเองที่จะเปลี่ยนแปลงก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด ทรัมป์เองก็ต้องไปดูสิ่งที่ตัวเองพูดในช่วงกาเสียงว่ามีกฎหมายที่บังคับใช้ไปแล้วหรือไม่ อย่างเช่นเรื่องของขบวนการลดมลภาวะสิ่งแวดล้อมของโลก จะบอกว่าไม่สนไม่เอาเลยก็จะมีข้อจำกัดทางกฎหมายและขบวนการของโลกซึ่งควบคุมอยู่”

สำหรับในด้านของพลังงานอาจมีการเปลี่ยนแปลงจากนโยบายของประธานาธิบดีคนใหม่ ที่สนับสนุนบางส่วน อย่างเรื่องของถ่านหิน

“ในเชิงของพลังงาน ทรัมป์ เองมีก็ยังมีนโยบายที่ไม่ชัดเจนนัก แต่ทั้งนี้ในการสนับสนุนพลังงานในประเทศ พลังงานเชื้อเพลิงหลักๆ ที่ในสหรัฐอเมริกามีอยู่ก็คือเรื่องของถ่านหินนั้น ทรัมป์บอกว่าจะกลับไปดูแลเรื่องถ่านหินเป็นหลัก แล้วก็ไม่สนใจเรื่องของสนธิสัญญาที่ทำมา ตรงนี้สามารถปฏิบัติได้ในระดับหนึ่ง ทรัมป์เองเอาใจถ่านหินในภาคตะวันออกแถวเวสต์เวอร์จิเนีย เพนซิลวาเนีย เป็นหลัก ก็อาจจะมีการส่งออกถ่านหินทางภาคตะวันตก แต่ก็ยังมีการประท้วงเรื่องของการทำท่าเรือส่งออกอยู่ ฉะนั้นพลังงานถ่านหินก็น่าจะมีชีวิตชีวาบ้าง”

ส่วนเรื่องแก๊สธรรมชาติ นายสุรงค์ให้ความเห็นว่า เป็นเรื่องที่คุ้นเคยกันว่าสหรัฐอเมริกามีความสามารถในการผลิตแก๊สธรรมชาติ ซึ่งคาดว่านโยบายต่างๆยังมีอยู่ต่อไป เช่น นโยบายเรื่องส่งออก LNG เพราะทรัมป์เองมองในเรื่องของการสร้างงาน

ในส่วนของ น้ำมัน ยังไม่ค่อยมีผลกระทบมาก เพราะสหรัฐอเมริกาเองก็ไม่มีผลกระทบจากเรื่องการนำเข้าน้ำมันมากนัก เพราะสหรัฐอเมริกาก็มีน้ำมันอยู่มาก เพราะฉะนั้นโอเปกก็ยังอยู่ลำบากต่อไปในการที่จะทำให้สมาชิกในกลุ่มโอเปกเองตกลงกันได้ไม่ว่าจะเป็นซาอุดิอารเบีย อิหร่าน หรือลิเบีย ที่สำคัญก็คือว่าโอเปกจะต้องคุยกับผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปกให้รักษาระดับการผลิตไว้ เพราะตัวโอเปกเอง มีกำลังการผลิตแค่ 1 ใน 3 การผลิตของโลก ก็ไม่สามารถควบคุมราคาของโลกได้ทั้งหมด

“ส่วนที่จะมีการประชุมกันในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 ที่กรุงเวียนนาออสเตรีย นั้นจพสามารถตรึงกำลังการผลิตได้หรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่ต้องติดตาม แต่อย่างน้อย เชื่อว่าประเทศที่ร่วมประชุมก็ต้องรักษาระดับที่ได้ตกลงกันไว้ว่า จะไม่เพิ่มกำลังการผลิต

ผมเองมองว่าเป็นบทบาทที่โอเปกจะต้องเรียกร้องว่ากลุ่มที่ไม่ใช่สมาชิกโอเปกต้องให้ความร่วมมือด้วย เราเห็นแล้วว่าราคาน้ำมันก็วิ่งแบบแคบๆ คืออยู่ที่ประมาณ 40-50 ดอลลาร์ ประเด็นสำคัญก็คือว่า อุปสงค์อุปทานของน้ำมันยังมีอยู่ค่อนข้างเยอะ ในขณะที่อุปสงค์คือความต้องการของโลกไม่ได้เพิ่มขึ้น และยังมีทีท่าว่าจะลดน้อยลงเสียด้วยซ้ำ ซึ่งก็อยู่กับบทบาทท่าทีของสหรัฐอเมริกาด้วย เพราะฉะนั้นเองคิดว่าราคาน้ำมัน คงยังไม่มีผลกระทบมากกับนโยบายของประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐอเมริกา”

ส่วนในด้านของการลงทุนในตลาดหุ้น จะเห็นว่าเงินทุนเริ่มไหลออก ไม่ว่าจะเป็นที่อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย ซึ่งนักลงทุนต่างชาติขายหุ้นออกไปพอสมควร จะเห็นชัดว่า ตอนแรกมีอาการตกใจที่ทรัมป์เป็นฝ่ายชนะได้ไม่นาน แล้วทุกอย่างก็ตีกลับ ตอนนี้ดอลลาร์กลับไปแข็งค่าขึ้นอีกแล้ว

ปัญหาคือ นักลงทุนตอนนี้ไม่มีทางเลือกมากนัก ไม่รู้ว่าเงินควรจะไหลไปลงทุนอะไร/ทางไหนดี ต้องเรียกว่าเงินล้นระบบของโลก ความต้องการใช้เงินกับเงินที่มีอยู่มันไม่เจอกันสักที ดังนั้น ระบบเงินที่ล้นอยู่ก็ไม่มีทางไป และแนวโน้มของสหรัฐอเมริกาเองถ้าใช้นโยบายเรื่องการลดภาษีก็ดี นโยบายการสร้างงานก็ดี เชื่อว่าเงินทุนอาจจะกลับไปอเมริกา หรือวิ่งไปวิ่งมาในลักษณะอย่างนี้ คิดว่ากระบวนการไหลเข้าไหลออกของเงินในวันนี้ ถึงแม้จะมีข่าวดี แต่กระแสการเคลื่อนย้ายเงินลงทุนก็จะไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก เพราะว่าจริงๆวันนี้เองช่องทางในการนำเงินเข้าไปลงทุนมีค่อนข้างจำกัด เศรษฐกิจของโลกก็ไม่สามารถพึ่งพาเงินสกุลไหนเป็นหลักได้

“ที่เราเคยบอกว่าเงินหยวนอาจจะเป็นสกุลหลักแทนที่ ก็ต้องกลับไปดูก่อนว่าบทบาทท่าทีของสหรัฐอเมริกากับจีนเป็นอย่างไร แต่อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ เองก็บอกชัดว่าเงินหยวนอ่อนเกินไปจะต้องแข็งค่าขึ้น ก็ต้องดูว่ารัฐบาลจีนจะมีบทบาทท่าทีเป็นอย่างไร จึงยังเชื่อว่าเงินทุนของโลก ยังมีดอลลาร์เป็นหลักอยู่ ดังนั้นดอลลาร์ก็จะยังแข็งค่าอยู่ต่อไป เพราะไม่มีช่องทางอื่นที่มีประสิทธิภาพที่เงินทุนจะไหลไป”

0 views0 comments