ยังไม่น่าเสี่ยงซื้อช่วงนี้


เอเชียถูกขายก่อน ! ภาพในสัปดาห์ที่ผ่านมาค่อนข้างชัดเจนมากกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2559 สำหรับการลงทุนในภูมิภาค สะท้อนออกมาจากการที่กระแสเงินทุนเริ่มไหลออกจากตลาดพันธบัตร และตลาดหุ้นเกิดใหม่ หรือ Emerging Market เป็นสัปดาห์แรกในรอบ 18 และ 19 สัปดาห์ตามลำดับ

ทั้งนี้ถ้าพิจารณาเฉพาะตลาดหุ้นในกลุ่มดังกล่าวจะพบว่าตลาดหุ้นเอเชียตลาดมีเม็ดเงินไหลออกมากที่สุดราว 400 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ตลาดหุ้นกลุ่มลาตินอเมริกาไหลเข้า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ EMEA มีเงินทุนไหลออกเพียง 100 ล้านดอลลาร์ สะท้อนให้เห็นว่าตลาดหุ้นเอเชียเป็นเป้าหมายแรกของการลดความเสี่ยงจาก Global Fund Manager ในช่วงท้ายปีอีกแล้ว และสะท้อนว่าทิศทางของตลาดหุ้นเอเชียกลับมีความสัมพันธ์กับทิศทางของตลาดหุ้นใหญ่อย่างสหรัฐ, ยุโรป และญี่ปุ่นที่ยังคงทรงตัวในกรอบขาขึ้นน้อยที่สุดในกลุ่มตลาดหุ้นเกิดใหม่ (Emerging Market) ซึ่งแน่นอนว่านอกจากปัจจัยบวกในประเทศจะมีให้เห็นไม่มากแล้ว ตลาดหุ้นไทยน่าจะได้รับประโยชน์จากทิศทางดังกล่าวของตลาดหุ้นสหรัฐ, ยุโรป และญี่ปุ่นน้อยมากด้วย

แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยในฐานะ 1 ในตลาดหุ้นกลุ่ม TIP จะมีระดับ Correlation ค่อนข้างสูงราว 75% กับตลาดหุ้นสหรัฐ (S&P500) ก็ตาม โดยที่ “นายหมูบิน” มองว่าดีที่สุดคือทิศทางของตลาดหุ้นสหรัฐที่ยังคงเป็นขาขึ้นอยู่จะช่วงจำกัด Downside Risk ให้กับตลาดหุ้นไทยในช่วงปลายปีเท่านั้น ขณะที่ทิศทางของตลาดหุ้นสหรัฐยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น สะท้อนออกมาจากผลสำรวจความเชื่อมั่นของนักลงทุนในสหรัฐจาก AAII ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ระบุว่าสัดส่วนนักลงทุนที่เชื่อว่าตลาดหุ้นสหรัฐยังเป็นขาขึ้น หรือ Bullish ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 15.3% WoW สู่ระดับ 38.9% เทียบกับสัดส่วนนักลงทุนที่เชื่อว่าตลาดหุ้นสหรัฐกลับมาเป็นขาลงแล้ว หรือ Bearish ที่ลดลง 5.0% สู่ระดับ 29.3% ส่งผลให้สัดส่วน Bull/Bear Spread ขยับขึ้นมาอยู่ที่ +9.6% เทียบกับค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ +8.0%

ดังนั้น “นายหมูบิน” ยังคงยืนยันมุมมองเดิมว่าตราบใดที่ SET ยังคงไม่สามารถกลับไปปิดเหนือ 1,520 จุดได้ SET ยังคงมีโอกาสเหวี่ยงตัวลงได้ตาม Seasonality ที่ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา SET มักปรับตัวลงในช่วง พ.ย.-ธ.ค. โดยเฉพาะในเดือน ธ.ค.ที่เฉลี่ย SET ปรับตัวลงถึง 5.2% ด้วยระดับ Loser Percentage ถึง 100% โดยที่ “นายหมูบิน” ประเมินว่ากรณีที่ SET ปรับตัวลงมาปิดต่ำกว่า 1,480 จุด SET จะมีเป้าหมายการเหวี่ยงขึ้นระยะ 1 เดือนที่ 1,450-1,400 จุด บนความคาดหวังกับความเป็นไปได้ที่แบงก์ชาติจะมีมติคงดอกเบี้ยนโยบายลงในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งสุดท้ายของปี 2559 (21 ธ.ค.2559) และธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุม FOMC ครั้งสุดท้ายของปี 2559 (14 ธ.ค.2559) ราว 0.25%

ตลาดหุ้นสหรัฐยังคงเป็นขาขึ้นแม้เฟดขึ้นดอกเบี้ย ! การปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องของตลาดหุ้นสหรัฐในฐานะ Proxy ของตลาดหุ้นโลก ยังคงเป็นปัจจัยหนุนสำคัญให้ตลาดหุ้นโลก และภูมิภาค ยกเว้นกลุ่ม ASEAN ยังคงอยู่ใน Momentum ของการแกว่งขึ้นในระยะสั้นได้ หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐหลายตัวออกมาดีขึ้นมา จนนักลงทุนในตลาดบางส่วนเริ่มมองว่าสภาพคล่องที่แท้จริงจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวขึ้นของสหรัฐ อาจจะทำให้ผลกระทบจากการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐ ที่จะทำให้สภาพคล่องในตลาดการเงินโลกจำนวนมากหายไปนั้นไม่มีความรุนแรงมากนัก โดยเฉพาะตัวเลขในส่วนของภาคแรงงาน และการผลิตที่ยังคงดูดีต่อเนื่อง

ขณะที่ในด้านของความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด จากการที่ล่าสุดอัตราเงินเฟ้อสหรัฐขยับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 1.5% แล้ว ถือว่าใกล้เคียงมากๆ กับเป้าหมายของเฟดที่ระดับ 2.0% ประกอบกับรายงานการประชุม FOMC ที่ถูกเผยแพร่ออกมาล่าสุดส่งสัญญาณถึงความแข็งแรงเศรษฐกิจสหรัฐที่พร้อมสำหรับการขึ้นดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป ส่งผลให้เริ่มมี Global Fund Manager บางส่วนมองว่าการที่ตลาดปรับตัวขึ้นในภาวะที่เฟดพร้อมจะขึ้นดอกเบี้ย สะท้อนถึงความพร้อมของตลาดต่อการขึ้นดอกเบี้ยvud8iyh’ ประกอบกับดัชนี VIX Index ที่ปรับลดลงมากว่า 40% ตั้งแต่เดือน 7 ก.ย.2559 แสดงให้เห็นถึงความกังวล และความกลัวในตลาดที่ลดลงมาก

นอกจากนี้การที่ตลาดพันธบัตรสหรัฐปรับตัวลงสวนทางกับตลาดหุ้นในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา อาจจะพอคาดการณ์ได้ว่า ตลาดหุ้นสหรัฐน่าจะเป็นเป้าหมายของการพักเงินที่ถูกดึงกลับมาจากการปิดสถานะ US Dollar Carry Trade ในต่างประเทศระยะสั้นๆมากกว่าตลาดพันธบัตร และอาจตีความได้ว่า Global Fund Manager เชื่อว่าเฟด อาจจะขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องในปี 2560 ซึ่งประเด็นนี้ถือว่าเป็นความเสี่ยงอยู่เหมือนกัน เพราะนักกลยุทธ์จาก Miller Tabak & Co LLC ในสหรัฐ เคยมองว่าถ้าตัว High Yield Bond ปรับลงแรงในระยะต่อไปอาจจะทำให้เกิดแรงขายในตลาดหุ้นสหรัฐออกมาเพื่อที่จะประคอง Margin จากการลงทุนไว้

ในส่วนของกลยุทธ์ สำหรับการลงทุนระยะสั้น (ไม่เกิน 1 สัปดาห์) กรณีที่ SET ยังกลับไปปิดเหนือ 1,520 (+/-5) จุดไม่ได้ แนะนำ “ถือเงินสด” อีกครั้ง หรือ “Wait and See” ไปรอ “อ่อนตัวซื้อเก็งกำไร” ในกรอบ 1,410 (+/-5) จุด ในหุ้น PTT, PTTGC, TOP, BDMS, ROBINS, MINT, CPN, AAV, AOT, CK, SCB และ KBANK สำหรับการลงทุนระยะกลาง (1-3 เดือน) ในลักษณะ Long-Only แนะนำ “ลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้นลงมาอยู่ที่ระดับ 25% ของพอร์ต”

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่ความเห็นส่วนตัวของผมนะครับ โปรดใช้วิจารณญาณ และศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการตัดสินใจลงทุนด้วยครับ สำหรับการพูดคุยกันระหว่างสัปดาห์นอกจากทาง Facebook ที่ www.facebook.com/moobin.stockmania และ e-mail ที่ moobin.stockmania@gmail.com และ www.dokbiaonline.com แล้ว แฟนๆยังสามารถติดตามมุมมองเกี่ยวกับการลงทุนจาก “นายหมูบิน” ได้ทาง FM 101 ทุกวันอาทิตย์ในรายการ ”เซียนเศรษฐกิจ” เวลา 10.00-12.00 น.เช่นเดิมครับ

0 views0 comments