ภาครัฐพร้อมผลักดันรถยนต์ไฟฟ้า..ตั้งเป้ามีผู้ใช้ 1.2 ล้านคัน ในปี 2579


ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีแนวทางการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV ที่ชัดเจนมากขึ้น พร้อมส่งเสริมการลงทุนสถานีอัดประจุไฟฟ้า เบื้องต้นมีจำนวน 100 สถานี ตั้งเป้ามีผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าไว้ที่ 1.2 ล้านคัน ภายในปี 2579

ศาสตราภิชาน พูลพร แสงบางปลา แห่งคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและนักพัฒนาวงการยานยนต์ไทย กล่าวว่า รถยนต์ไฟฟ้าได้รับการพัฒนาจากประเทศต่างๆทั่วโลก ซึ่งรวมถึงประเทศไทยที่ได้ชูเป็นนโยบายสำคัญและมีแผนที่จะส่งเสริมให้ผลิตในเร็วๆนี้ ทำให้ประชาชนสนใจเป็นจำนวนมาก แต่ถึงอย่างไรก็ยังมีประชาชนจำนวนมากที่ยังไม่รู้จักรถยนต์ไฟฟ้ามากพอหรือยังมีข้อสงสัยในหลายๆประเด็น ไม่ว่าจะในประเด็นการใช้งาน การบำรุงรักษา เทคโนโลยี ความปลอดภัย ตลอดไปจนถึงนโยบายของภาครัฐที่จะออกมาส่งเสริมและรองรับนวัตกรรมยานยนต์ดังกล่าวควบคู่ไปกับการใช้งานของประชาชนและสอดคล้องกับภาคเอกชนจากผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าต่างๆ

นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักนโยบายไฟฟ้า สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางรัฐบาลได้ให้ความสำคัญและมีแนวทางสนับสนุนที่ชัดเจนมากขึ้นเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ประกอบการและผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า ตามแผนบูรณาการพลังงานของประเทศ เช่นการร่วมมือกับสถาบันยานยนต์ไฟฟ้าไทยในการสนับสนุนการลงทุนสถานีอัดประจุไฟฟ้าให้กับหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชนจำนวน 100 สถานี

ทั้งนี้ จากการศึกษาพบว่า การส่งเสริมให้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ จะไม่กระทบต่ออุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ แต่จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการนำเข้าพลังงาน ได้ถึงปีละ 1.7 หมื่นล้านบาท เพราะรถยนต์ไฟฟ้าจะมีค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่ถูกกว่าน้ำมันหลายเท่า โดยได้ตั้งเป้ามีผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าไว้ที่ 1.2 ล้านคัน ภายในปี 2579

ด้าน นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า บีโอไอยังให้การสนับสนุนการลงทุนรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยซึ่งยังเป็นไปตามนโยบายภาครัฐ แม้เอกชนจะกลัวว่าหากสนับสนุนรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแล้ว จะทำให้รถยนต์สันดาปภายในและส่วนที่เกี่ยวข้องได้รับผลกระทบ แต่ความเป็นจริงแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะรถยนต์ที่ยังใช้เครื่องยนต์สันดาปก็ยังคงอยู่ เพราะรถยนต์ไฟฟ้าจะเติบโตอย่างช้าๆค่อยเป็นค่อยไป ยกตัวอย่าง ตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศสหรัฐอเมริกา ที่มีการสนับสนุนมาแล้วกว่า 6 ปี แต่ปัจจุบันรถยนต์ไฟฟ้ามียอดขายเพียงกว่า 250,000 คัน จากภาพรวมตลาดรถยนต์รวมทั้งหมดประมาณ 14-15 ล้านคัน

“บีโอไอมีแนวคิดที่จะสนับสนุนการลงทุนรถปลั๊กอิน ไฮบริด เพิ่มเติม เพราะเป็นกลุ่มรถที่คล้ายกับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า เช่น มอเตอร์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ และชุดควบคุม หากขยายการสนับสนุนจะทำให้ความต้องการชิ้นส่วนเหล่านี้เพิ่มขึ้น ครั้งแรกมีคนเสนอปลั๊กอินไฮบริดเข้ามาแต่ไม่ได้สนใจ ตอนนี้เห็นว่าจะมีผลดีต่อโอกาสการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์สำคัญ”

ขณะที่การส่งเสริมปลั๊กอินไฮบริดก็จะต้องทำตามข้อกำหนดเงื่อนไขการลงทุนเช่นเดียวกันกับรถยนต์ไฟฟ้า คือ การยื่นแผนการผลิตชิ้นส่วนสำคัญ ปัจจุบันรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดที่จำหน่ายในประเทศไทย ได้แก่ เบนซ์ บีเอ็มดับเบิลยู และ ปอร์เช่

ส่วนเงื่อนไขการส่งเสริมรถพลังงานไฟฟ้าก่อนหน้านี้ สำหรับรถขนาดเล็ก คือ เปิดให้ผู้ที่ต้องการลงทุนนำเข้ารถสำเร็จรูป (CBU) เข้ามาทำตลาด 200 คัน เป็นเวลา 2 ปี จากนั้น ปีที่ 3 ต้องลงทุนประกอบรถในประเทศ พร้อมกับผลิตชิ้นส่วนสำคัญอย่างน้อย 1 รายการ จาก 5 รายการ คือ แบตเตอรี่ ระบบบริหารจัดการแบตเตอรี่ มอเตอร์ไฟฟ้า ชุดควบคุมการขับเคลื่อน และระบบปรับอากาศ ส่วนชุดชาร์จ ที่เคยกำหนดเป็นชิ้นส่วนสำคัญก่อนหน้านี้ ถูกถอดออกไป หลังพบว่ามีผู้ที่สามารถผลิตได้แล้วในประเทศ

96 views0 comments

Recent Posts

See All

QTC เตรียมย้ายกระดาน

ที่ประชุมคณะกรรมการ บริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ (QTC) ผู้ผลิตจัดจำหน่าย และให้บริการหม้อแปลงไฟฟ้า มีมติให้ย้ายหลักทรัพย์ QTC จากตลาดหลักทรัพย์ mai ไปเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (SET) เพื่อเพิ่มความเชื่

IIG รายได้ปี 63 ทะลุ 550 ล้าน กำไรเพิ่ม 36% พร้อมจ่ายปันผล 0.15 บาท

“IIG” โชว์ผลงานสวนกระแสปี 63 รายได้ทะลุ 550 ล้าน กำไรเพิ่ม 36% เตรียมจ่ายปันผล 0.15 บาทต่อหุ้น รวม 15 ล้านบาท คาดปี 64 โตต่อเนื่อง เล็งธุรกิจใหม่เพิ่มยอด นายสมชาย เมฆะสุวรรณโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริห

For advertising please call: 02-2534691