Search

ซัมมิทสินเชื่อ 3 ไตรมาสโต 12%..ออกท็อปอัพเพิ่มรายได้ 1.8 พันล.


ซัมมิท แคปปิตอล ลีสซิ่ง ผลงาน 9 เดือนยอดหนี้เช่าซื้อคงค้างโต 12% ส่งผลรายได้สุทธิโต 18% เร่งปั๊มยอดสินเชื่อไตรมาส 4 ออกสินเชื่อใหม่ให้ลูกค้าดีกู้เพิ่ม และลูกค้าดีเช่าซื้อมอเตอร์ไซค์คันใหม่ได้ดอกเบี้ยถูกพิเศษ ตั้งเป้าเพิ่มรายได้อีก 1.8 พันล้านภายในสิ้นปีนี้

นายวิชิต พยุหนาวีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซัมมิท แคปปิตอล ลีสซิ่ง จำกัด เปิดเผยว่า การเติบโตของสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ของบริษัทในรอบ 9 เดือนแรกของปี 2559 เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2558 พบว่า ยอดหนี้คงค้างในส่วนเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อเพิ่มขึ้น 12% หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 522 ล้านบาทจากสิ้นปีที่ผ่านมา ส่งผลให้รายได้สุทธิของบริษัทสูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 18% โดยเงินให้สินเชื่อเฉลี่ยต่อรายสำหรับปี 2559 สูงขึ้นจากปี 2558 4% หรือจาก 48,000 บาท เป็น 50,000 บาทต่อราย ในขณะเดียวกัน บริษัทสามารถควบคุมปริมาณลูกค้าค้างชำระได้ดีกว่าเป้าหมาย และดีกว่าปีที่ผ่านมาเท่ากับ 1.80%

ทั้งนี้ ในช่วงไตรมาสที่ 3/2559 พบว่า จำนวนสัญญาใหม่ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2558 เท่ากับ 1% แต่มูลค่าเงินให้สินเชื่อใหม่มีปริมาณที่เพิ่มขึ้น 4% ส่งผลให้รายได้ในไตรมาสที่ 3 เพิ่มสูงขึ้นเท่ากับ 11% สาเหตุที่ผลประกอบการโดยรวมของบริษัทอยู่ในเกณฑ์ที่สูงกว่าที่คาดการณ์เนื่องจาก 1.การเพิ่มพื้นที่ให้บริการเพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้ง่าย โดยบริษัทได้มีการสำรวจและทดลองตลาดก่อนทุกครั้ง ทำให้สามารถเข้าใจลูกค้า และร้านค้าในแต่ละพื้นที่ได้มากขึ้น 2.การยอมรับของร้านค้าในภาคต่างๆ ทำให้บริษัทสามารถกำหนดผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี 3.ระบบการทำงานเป็นทีมที่มีประสิทธิภาพระหว่างแต่ละหน่วยงาน ทำให้ผลของการอนุมัติสินเชื่อมีประสิทธิภาพ สามารถอนุมัติสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ได้รวดเร็วหรือภายใน 30 นาทีต่อลูกค้า 1 ราย 4.การคัดกรองลูกค้าที่มีคุณภาพ ทำให้บริษัทมีลูกค้าที่ดี และส่งผลต่อการลดลงของลูกค้าค้างชำระ

นายวิชิต กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ บริษัทยังมีระบบการติดตามลูกค้าเพื่อแจ้งเตือนลูกค้าก่อนกำหนดการชำระเงินค่างวด เพื่อรักษาสถานะลูกค้าดี ทำให้ลูกค้าทราบกำหนดชำระเงินล่วงหน้า และสามารถเตรียมพร้อมการชำระเงินได้ก่อน ขณะที่นโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลทำให้ประชาชนมีรายได้ มีกำลังซื้อมากขึ้น และส่งผลต่อการเพิ่มของสัญญาเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ในภาคต่างๆ ผนวกกับนโยบายการคัดกรองลูกค้าที่มีคุณภาพและปล่อยสินเชื่ออย่างมีคุณภาพ เพื่อรักษาระดับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ โดยที่ผ่านมาบริษัทสามารถควบคุมได้ที่ระดับ 1% ซึ่งดีกว่าปีที่ผ่านมา 0.2%

“ยิ่งไปกว่านั้น เรายังได้ดำเนินนโยบายเข้าถึงและเข้าใจ โดยขยายพื้นที่ให้บริการในทุกภาคของประเทศไทยเพื่อให้เข้าถึงและเข้าใจลูกค้า โดยเน้นการเพิ่มจำนวนบุคลากรในพื้นที่ต่างๆ ที่มีความเข้าใจในความต้องการของพื้นที่ของตนเอง พร้อมจัดทำโปรแกรมส่งเสริมการขายร่วมกับพันธมิตรในทุกพื้นที่เพื่อให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าในแต่ละพื้นที่ อีกทั้งยังเน้นย้ำเรื่องความสะดวก รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยการพัฒนาระบบการทำงานและเทคโนโลยีต่างๆ ที่เอื้อต่อการให้บริการสินเชื่อรายย่อย เช่น ชำระเงินค่างวดผ่าน smart phone โดยลูกค้าที่มี application การชำระเงินต่างๆ สามารถชำระเงินค่างวดของบริษัทได้ หรือ ระบบการจัดส่งใบสมัครจากพื้นที่ในภาคต่างๆ ทั่วประเทศมายังสำนักงานใหญ่ให้สามารถจัดส่งได้ภายใน 3-5 นาทีผ่านระบบการทำงานที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ระบบการอนุมัติสินเชื่อเป็นไปอย่างรวดเร็ว หรือ ปรับปรุงระบบ call center เพื่อให้ลูกค้าสามารถติดต่อกับเจ้าหน้าที่ได้รวดเร็ว ไม่ต้องรอสายหรือฟังเครื่องตอบรับโทรศัพท์เพียงอย่างเดียว เป็นต้น” นายวิชิต กล่าวและว่า

นอกจากนี้ เพื่อเพิ่มทางเลือกทางการเงินให้ลูกค้ารายย่อย บริษัทได้ริเริ่มโครงการสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์กู้ส่วนเพิ่ม (Hire Purchase Top Up) เสนอให้เฉพาะลูกค้าที่มีประวัติการผ่อนชำระที่ดีกับบริษัทอย่างน้อย 12 เดือน จากการศึกษาและทดลองตลาดพบว่าได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า โดยปัจจุบันมีลูกค้าในโครงการประมาณ 3,500 ราย มียอดสินเชื่อใหม่เฉลี่ย 27,000 บาทต่อราย อีกโครงการคือ โครงการสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ เฉพาะลูกค้าเดิมที่ใช้บริการสินเชื่อเช่าซื้อกับบริษัท และมีประวัติการผ่อนชำระดี จะได้รับเสนออัตราดอกเบี้ยสินเชื่อพิเศษเริ่มตั้งแต่ 0.90% ถึง 1.75% ต่อเดือนขึ้นอยู่กับขนาดของรถจักรยานยนต์ โดยมีระยะเวลาผ่อนชำระตั้งแต่ 12 ถึง 36 งวด โครงการนี้จะเริ่มในไตรมาสที่ 4 เป็นต้นไปจนถึงไตรมาสที่ 1 ปี 2560


For advertising please call: 02-2534691