ตลาดสระว่ายน้ำตัดราคาเดือด - เจ.ดี.พูลส์เบนเข็มรุกธุรกิจเสริม


เจ.ดี.พูลส์ เผยสระว่ายน้ำแข่งตัดราคาขายเดือด หันแตกไลน์ธุรกิจเสริมบริการดูแลคุณภาพน้ำ-ปรับปรุงสระว่ายน้ำ เล็งผุด “สระว่ายน้ำราคาประหยัด”

นายธนูศักดิ์ พึ่งเดช ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท เจ.ดี.พูลส์ เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดสระว่ายน้ำปี 2559 คาดมีมูลค่าประมาณ 5,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทตั้งเป้าหมายส่วนแบ่งการตลาด 20% หรือประมาณ 1,000 ล้านบาท โดยช่วงไตรมาส 3-4 ตลาดมีแนวโน้มเติบโตที่ดีขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบโรงแรมและรีสอร์ต เร่งการก่อสร้างสระว่ายน้ำให้ทันการให้บริการช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวไตรมาสสุดท้าย ส่วนภาพรวมตลาดสระว่ายมีการแข่งขันสูง โดยมีผู้ประกอบการรายใหม่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ทำให้มีการแข่งขันทางด้านราคาที่รุนแรงขึ้น ผู้ประกอบการรับสร้างสระว่ายน้ำรายย่อยเน้นการขายราคาต่ำ และพยายามขายคุณภาพเกินจริง รวมทั้งรายเดิมที่เน้นการขายสินค้าต้นทุนต่ำ แต่ตั้งราคาขายแพง นอกจากนี้ มีผู้ประกอบการหลายราย เน้นทำตลาดสร้างสระว่ายน้ำแบบปูกระเบื้อง ซึ่งในระยะยาวผู้บริโภคอาจพบปัญหาเรื้อรังจากการซ่อมแซม

"ในช่วงที่ผ่านมาตลาดรับสร้างสระว่ายน้ำกว่า 50% เมื่อสร้างสระเสร็จแล้วไม่ได้รับการดูแลหรือไม่มีบริหารหลังการขาย จึงเกิดเป็นปัญหาเสื่อมสภาพและใช้งานไม่ได้ในที่สุด นับเป็นโอกาสในการขยายไลน์ธุรกิจใหม่ บริการดูแลคุณภาพน้ำ ภายใต้แบรนด์ “พูล โปรแอนด์แล็บ” หรือ พีพีแอล นอกจากนี้ได้เปิดรับบริการปรับปรุง (รีโนเวท) สระว่ายน้ำ ภายใต้แบรนด์ เจ.ดี.พูลส์ ซึ่งมองว่าเป็นตลาดใหญ่ และยังสามารถสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างอีกด้วย"

นายธนูศักดิ์ กล่าวอีกว่า ผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาบริษัทมียอดขาย 690 ล้านบาท คาดว่าในไตรมาส 4 จะมีรายได้ประมาณ 250 ล้านบาท มาจากลูกค้ากลุ่มสระบ้าน 65% กลุ่มโครงการพูลวิลล่า 15% กลุ่มโครงการโรงแรมและรีสอร์ต 10% และกลุ่มอื่นๆ 10% หรือแบ่งเป็นยอดขายจากกลุ่มลูกค้าต่างจังหวัด 85% กรุงเทพฯ 15% ปีนี้บริษัทจะมีรายได้รวม 940 ล้านบาท ไม่เป็นไปตามเป้าหมายจากเดิมวางไว้ที่ 1,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ ในปี 2560 บริษัทมั่นใจว่าจะผลักดันรายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 10% จากแผนเชิงรุก โดยจะมีการเปิดโชว์รูมใหม่ 2-3 แห่ง จากปัจจุบันมีอยู่ 20 แห่ง โดยจะเพิ่มศูนย์บริการ พีพีแอล 2-3 แห่ง จากปัจจุบันมีอยู่ 7 แห่ง ในปี 2561 จะขยายตลาดต่างประเทศมากขึ้น โดยมีแผนโรดโชว์ในยุโรป แอฟริกา จากปัจจุบันส่งออกไปพม่า ลาว เวียดนาม กัมพูชา สร้างยอดขายจากตลาดส่งออก 40-50 ล้านบาท อนาคตมีแผนพัฒนาสระว่ายน้ำราคาประหยัด (สระอีโค) เพื่อรุกตลาดระดับกลาง คาดทำตลาดได้ปลายปีหน้า ปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษา และทดสอบถึงความคุ้มค่า

0 views0 comments