Search

Q4 ทรงตัว-แข่งดุ: BKI ตัดใจหั่นเป้า


ไม่ได้เหนือความคาดหมายแต่อย่างใดที่เหล่าแวดวงประกันภัยในภาพรวมต้องกลั้นใจปรับแผนกลยุทธ์ธุรกิจอีกเฮือกเมื่อผ่านพ้นไปแต่ละไตรมาส เพราะชัดเจนแล้วว่าปีนี้ไม่ใช่ปีทองของธุรกิจ แถมยังเป็นภาวะซวนเซเจียนอยู่เจียนไปด้วยสาเหตุของการแข่งขันอย่างรุนแรงทุกรูปแบบ เพื่อความอยู่รอด ภายใต้บรรยากาศเศรษฐกิจชะลอตัว สวนทางกับจีดีพีของประเทศที่ขยับขึ้น ซึ่งไม่ได้เอื้อเฟื้อหรือส่งอานิสงส์ใดๆให้กับธุรกิจมากนัก

นายพนัส ธีรวณิชย์กุล กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร บมจ.กรุงเทพประกันภัย (BKI) กล่าวว่าแม้ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือจีดีพีของประเทศในช่วง 7 เดือนแรกปีนี้ไม่ถือว่าแย่ไปกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน เห็นได้จากยอดขายรถยนต์ใหม่ติดลบเพียง 0.16% ภาวะการส่งออก 8 เดือนแรกขยายตัว 1.2% เทียบกับปีก่อนที่ติดลบ 5.8% การนำเข้าติดลบ 8.8% เทียบกับช่วงเดียวกันของก่อนที่ติดลบ 11% อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น 0.3% ยอดขายบ้านใหม่ช่วงครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้น 14% เทียบกับปีก่อนที่ติดลบ 9% หนี้เสียในภาพรวมคุมได้ดี ขณะที่ราคาพืชผลแม้ไม่ค่อยกระเตื้อง แต่ก็ไม่ถึงกับแย่ ซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติภาวะอากาศ

“การก่อสร้างโครงการพื้นฐานคมนาคมภาครัฐที่เริ่มขยับตัวหลายเส้นทาง ยังเป็นอีกหนึ่งความหวังที่ธุรกิจประกันภัยจะมีโอกาสเข้าถึงการรับงานประกันภัยด้านต่างๆ ซึ่ง BKI ในฐานะผู้เล่นรายใหญ่หวังว่าจะได้งานจากส่วนนี้ประมาณ 70 ล้านบาท นอกเหนือจากเบี้ยประกันภัยข้าวนาปีที่บริษัทรับประกันในสัดส่วน 10% ของเบี้ยรวมที่คาดว่าจะได้ทั้งโครงการ 2.7 พันล้านบาท จากจำนวนพื้นที่เพราะปลูกเกือบ 27 ล้านไร่และเบี้ยประกันอุบัติเหตุในโครงการประชารัฐรายละ 99 บาท/คน/ปี ซึ่งคาดว่ารัฐบาลน่าจะอุดหนุนงบประมาณเบี้ยรวมให้ราว 800 ล้านบาท เหล่านี้ล้วนเป็นทิศทางที่จะส่งผลดีต่อภาคธุรกิจ”

ทว่า สิ่งที่ยังต้องเผ้าระวังและน่ากังวล คือ ปัญหาการแข่งขันในระบบที่รุนแรงมากเกินขอบเขต ท่ามกลางภาวะตลาดประกันภัยที่ไม่สดใส เป็นไปตามทิศทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่เปลี่ยนไป หลายบริษัทมีความจำเป็นต้องแย่งชิงเบี้ยประกัน เพื่อหวังเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด จึงต้องตัดราคา ประกอบกับช่วงปลายปีเป็นช่วงเริ่มต่อสัญญาประกันภัยต่อ ซึ่งทางรีอินชัวเรอร์มองว่าตลาดประกันภัยไทยยังมีกำไร ทำให้มีรีอินชัวเรอร์รายใหม่ๆเข้ามาหาลูกค้า ยิ่งทำให้สถานการณ์ธุรกิจดุเดือดมากขึ้น

เฉพาะอย่างยิ่งตลาดรถยนต์ที่เริ่มเห็นแนวโน้มแพ็กเกจเบี้ยที่เป็นแบบซิงเกิลพรีเมียม คือ ขายราคาเดียวแบบไม่แพงและออกแคมเปญต่างๆ ซึ่งกำลังเป็นแนวโน้มที่จะได้รับความนิยมในกลุ่มประกันรถยนต์ 2+ และ 3+ ที่รองรับกำลังซื้อกลุ่มที่ตกมาจากประกันรถชั้น 1 โดยบริษัทมองว่าเบี้ยประกันรถยนต์เป็นตลาดที่อ่อนไหวมาก ถ้ามีการขยับราคาเมื่อไร ตลาดจะกระเพื่อมเมื่อนั้น สวนทางกับต้นทุนค่าซ่อม ค่าอะไหล่ที่เพิ่มขึ้น จึงเห็นหลายบริษัทขายเบี้ยในราคาไม่สมเหตุสมผล เพื่อรักษาฐานลูกค้าของตัวเองและเพื่อแย่งชิงลูกค้าใหม่ ขณะลูกค้าประวัติดี ก็ต้องเน้นรักษาไว้ด้วยกลยุทธ์จูงใจด้านราคาต่างๆให้มากที่สุด

นายอภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ กล่าวเพิ่มว่าเดิมช่วงต้นปี บริษัทวางเป้าหมายผลิตเบี้ยประกันรับรวมที่ 1.8 หมื่นล้านบาท เติบโต 13% ซึ่งเป็นไปตามภาวะธุรกิจ แต่จะปรับลดมาเหลือ 5% ด้วยมูลค่าเบี้ยรวมประมาณ 1.66 หมื่นล้านบาท ขณะที่ครึ่งปีแรกที่ผ่านมา มีเบี้ยรวม 7.84 พันล้านบาท ติดลบ 1.1% แต่มีกำไรสุทธิ 734.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.1% โดยช่วงที่เหลือของปี จะมุ่งเน้นสร้างดุลยภาพของแต่ละประเภทธุรกิจ แม้ว่าจะต้องเผชิญแรงกดดันในการแข่งขันในท้องตลาดอย่างมากก็ตาม

เขากล่าวว่าทิศางการดำเนินงานของบริษัทในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ จะให้ความสำคัญกับการขยายงานใหม่และรักษาฐานงานต่ออายุให้ได้มากที่สุด โดยเน้นจัดทำ Risk Survey อย่างเข้มงวด รับประกันภัยเฉพาะงานที่มีความเสี่ยงที่ยอมรับได้และมีโอกาสสร้างผลการดำเนินงานที่ดี

การขยายสาขาเพื่อให้บริการที่ครอบคลุมและอำนวยความสะดวกแก่กลุ่มลูกค้าและคู่ค้าทั่วประเทศ รวมทั้งขยายธุรกิจไปประเทศอื่น เพื่อรองรับโอกาสทางธุรกิจจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยที่ผ่านมาได้ขยายธุรกิจไปเปิดสาขา BKI ที่กรุงเวียงจันทน์ สปป.ลาว, การแข่งขันเฉพาะเซ็กเม้นต์ที่วิเคราะห์แล้วเห็นว่ายังสามารถสร้างกำไรได้ เช่น กลุ่มรถ SUV หรือรถที่ใช้งานในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงภัยต่ำ

การสนับสนุนโครงการภาครัฐด้านการประกันภัยทางการเกษตร เช่น โครงการข้าวนาปี, การให้ความสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยและบริการที่สามารถตอบสนองความต้องการและสอดคล้องกับรูปแบบการดำเนินชีวิตของผู้บริโภคตามแนวคิด Lifestyle Insurance Provider โดยในไตรมาส 4 นี้ จะร่วมกับพันธมิตรออกกรมธรรม์สำหรับคนวัยทำงาน ทั้งที่อยู่ในภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นคนกลุ่มใหญ่ของประเทศ ภายใต้ความคุ้มครองที่เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ ยังสนับสนุนบริการแบบ Service Excellence ได้แก่ BKI Care Application บนสมาร์ทโฟนที่อำนวยความสะดวกทั้งด้านการทำประกันภัย การตรวจสภาพรถ การแจ้งเคลม การชำระเงินและการติดต่อเรื่องอื่นๆ, Tele Photo Claims ซึ่งเป็นการติดต่อรับส่งเรื่องการเคลมสินไหมรถยนต์และภาพถ่ายผ่านแอปพลิเคชั่น Line หรือช่องทางอื่นๆที่ลูกค้าสะดวก, e-Policyบริการกรมธรรม์ประกันภัยอิเล็กทรอนิกส์ที่จัดส่งในรูปแบบซอฟต์ไฟล์ให้แก่ลูกค้า เพื่อความสะดวกรวดเร็วและลดโลกร้อน

รวมทั้งในอนาคต บริษัทจะเริ่มศึกษาและพัฒนาโครงการ Pay How You Drive (PHYD) จากการวิเคราะห์ถึงพฤติกรรมการขับขี่และความเสี่ยงภัยจากช่วงเวลาการใช้รถ เช่น ช่วงเวลาขับขี่ในชั่วโมงเร่งด่วน การขับรถในเวลากลางคืน การเบรกกะทันหัน การเลี้ยวกะทันหัน ฯลฯ

“พฤติกรรมเหล่านี้ จะถูกประมวลผลออกมาเป็นคะแนนความปลอดภัย เพื่อเป็นข้อมูลในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่และการใช้รถให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ซึ่งลูกค้าที่มีคะแนนการขับขี่ที่ดีต่อเนื่อง มีโอกาสที่จะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม เช่น การเข้าร่วมโครงการขับดีฟรีช็อป รวมถึงส่วนลดเบี้ยประกันภัยรถยนต์เพิ่มเติมจากส่วนของส่วนลดระยะทาง (Pay As You Drive)”.


For advertising please call: 02-2534691