คลังจ่อเสนอภาษีที่ดินเข้าสนช. - เอกชนกังวลกฎหมายมีช่องโหว่


คลังเตรียมดันภาษีที่ดินเข้า สนช. หวังมีผลบังคับใช้ภายในปี 2560 รับกฤษฎีกาตั้งข้อสังเกต 2-3 เรื่อง พร้อมปรับปรุงโดยเร็ว ฝ่ายผู้ประกอบการวิเคราะห์กฎหมายยังมีช่องโหว่ ไม่เป็นธรรมกับผู้ถือครองที่ดิน

นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.การคลัง กล่าวในงานสัมมนา "ข้อควรรู้เกี่ยวกับภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างใหม่" จัดโดยคณะกรรมการกฎหมายภาษีและกฎระเบียบ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ว่า ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างได้ผ่านการตีความจากคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว และมีการตั้งข้อสังเกตอยู่ 2-3 เรื่องที่จะต้องนำมาปรับปรุง ก่อนจะเสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาในเร็วๆ นี้ จากนั้นจะมีการเสนอรัฐบาลเห็นชอบในส่วนของอัตราการจัดเก็บจริง ซึ่งคาดว่าจะสามารถมีผลบังคับใช้ได้ภายในปี 2560

ทั้งนี้ กฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฉบับนี้จะออกมาเพื่อทดแทนภาษีบำรุงท้องที่และภาษีโรงเรือนและที่ดินที่จะทำการยกเลิกหลังจากกฎหมายภาษีที่ดินมีผลบังคับใช้ โดยภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะเข้ามาช่วยให้การจัดเก็บภาษีเป็นธรรมมากขึ้น โดยยืนยันว่าการจัดเก็บภาษีดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบกับประชาชนผู้มีรายได้น้อยและมีบ้านหลังแรกอย่างแน่นอน

"อัตราการจัดเก็บจริงจะต้องเสนอให้ผู้บริหารนโยบายพิจารณาว่าเป็นเท่าไร โดยการผลักดันภาษีที่ดินฉบับนี้จะปิดตำนานได้ในรัฐบาลชุดนี้หลังจากร่างกฎหมายภาษีที่ดินได้พิจารณากันมานาน แต่ติดปัญหาตลอดไม่สามารถเกิดได้ ซึ่งมีระยะเวลาผ่านมาถึง 11 รัฐบาล ตั้งแต่ปี 2535-2559 หรือเท่ากับ 2 ทศวรรษ"

นายวิสุทธิ์ กล่าวอีกว่า ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะยังคงมีผลบังคับใช้เป็นไปตามเวลาที่กำหนด และสามารถใช้ราคาประเมินที่ดินแบบรายบล็อกมาเป็นฐานข้อมูลได้

นายอธิป พีชานนท์ ประธานคณะกรรมการสมาคมการค้ากลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ออกแบบและก่อสร้าง และประธานคณะกรรมการพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หอการค้าไทยกล่าวว่า พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างคาดว่าจะมีการประกาศใช้ได้ในช่วงกลางปี 2560 ซึ่งเลื่อนจากการประกาศของรัฐบาลที่ระบุไว้ก่อนหน้านี้ไว้ว่าจะใช้วันที่ 1 มกราคม 2560 เพราะปัจจุบันกฎหมายลูกยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ขณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ยังไม่มีความพร้อมในการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

ทั้งนี้ พ.ร.บ.ภาษีที่ดินฯ ดังกล่าวยังมีช่องโหว่ และข้อที่เห็นว่าบางเรื่องยังไม่เป็นธรรมกับผู้ถือครองที่ดินและยังไม่ได้รับการแก้ไข เช่น ที่ดินตาบอด ซึ่งปกติจะไม่สามารถขายให้กับใครได้ เพราะไม่มีทางเข้า-ออก แต่จะถูกจัดเก็บภาษีเป็นที่รกร้างว่างเปล่าในอัตราก้าวหน้า และที่ดินที่ถูกรอนสิทธิตามกฎหมายผังเมือง ควบคุมไม่ได้สร้างอะไรเลยจนไม่สามารถซื้อขายเปลี่ยนมือได้ เช่น ที่ดินตามแนวรับน้ำ เป็นต้น ซึ่งรัฐบาลควรเข้าไปช่วยเหลือ หรือลดหย่อนภาษีให้กับกลุ่มดังกล่าว

"ส่วนของที่ดินที่เตรียมไว้สำหรับพัฒนาโครงการบ้านจัดสรรและอาคารนั้น จะได้รับการยกเว้นเป็นเวลา 3 ปี แต่เป็นการยกเว้นให้ตั้งแต่ซื้อที่ดินแปลงนั้นมา ซึ่งไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในการพัฒนาโครงการบ้านจัดสรร เพราะควรยกเว้นตั้งแต่การได้ใบอนุญาต เช่นเดียวกับการพัฒนาคอนโดมิเนียมก็ควรยกเว้นตั้งแต่ได้รับใบอนุญาตก่อสร้างเช่นเดียวกัน" นายอธิป กล่าว

0 views0 comments