ดีดไม่พ้น 1,510 จุดจะมีโอกาสถอยอีกครั้ง


ฝรั่งพร้อมขายต่อ !

แม้ว่าการที่ล่าสุด SET ดีดตัวขึ้นมาชัดเจนหลังจากลงไปทดสอบแนวรับสำคัญในรายปี หรือ Yearly ที่ “นายหมูบิน” ให้ไว้บริเวณ Fib node 1.618 หรือ 1,350 จุด ประกอบกับในทางเทคนิคระยะไม่เกิน 1 เดือน “นายหมูบิน” ยังคงมองว่า SET ยังคงแกว่งตัวอยู่ใน Wave ที่ 5 อย่างไรก็ดี “นายหมูบิน” มองยังมองว่าการพักตัวในระยะสั้นๆของ SET อาจเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะในกรณีที่ SET ยังคงไม่สามารถปิดเหนือ 1,510 จุดอีกครั้งได้ในช่วงที่เหลือของเดือน ต.ค.2559 ซึ่งถ้าพิจารณาจากการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นทั่วโลกในสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ยิ่งทำให้ “นายหมูบิน” ยังมีความมั่นใจต่อทิศทางของตลาดหุ้นไทยในช่วงที่เหลือของเดือน ต.ค. 2559 หลังจากตลาดหุ้นไทยยังคงเป็นเป้าหมายของการเข้าซื้อของ Global Fund Manager ต่อเนื่อง สะท้อนออกมาจากการที่ในสัปดาห์ที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติขายสุทธิออกมาเกือบทุกวัน และมีแนวโน้มจะเป็นอย่างนี้ต่อไป

เนื่องจากถ้าเรามองว่าในเชิงพื้นฐานจะพบว่าตลาดหุ้นไทยที่ซื้อขายเหนือ 1,350 จุด หรือที่ระดับ Forward PER บนค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 12.8 เท่า บนสมมติฐานที่ Bloomberg Consensus ประเมินว่าการขยายตัวของกำไรต่อหุ้น หรือ EPS Growth ของตลาดหุ้นไทยในปี 2559 และ 2560 ไว้ที่ 25% และ 12% ตามลำดับนั้น เป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงที่นักลงทุนต่างชาติจะขายเพื่อลดความเสี่ยงในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2559 ได้

ดังนั้นจากการที่ “นายหมูบิน” ยังคงมองว่าทิศทางของตลาดหุ้นโลกจะเริ่มเข้าสู่แนวโน้มของการแกว่งตัวลงตามปัจจัยฤดูกาล หรือ Seasonality ตั้งแต่เดือน พ.ย.2559 หรือหลังการเลือกตั้งสหรัฐเป็นต้นไป จากการที่ตลาดหุ้นโลกเริ่มมีสัญญาณการเสีย Momentum แล้วสะท้อนออกมาจาก Momentum ของตลาดหุ้นสหรัฐที่ “นายหมูบิน” ย้ำมาตลอดว่าเป็นตัวแทน หรือ Proxy ของตลาดหุ้นโลกที่เริ่มเข้าสู่ความเสี่ยง เพราะเมื่อเราวิเคราะห์ Momentum ของตลาดหุ้นสหรัฐผ่านมุมมองทางเทคนิคในส่วนของ Volatility Index จะพบว่าล่าสุดดัชนี VIX Index ของสหรัฐได้กลับมาแกว่งตัวอยู่เหนือกว่าค่าเฉลี่ย EMA 200 ที่ 15.3 แล้ว ประกอบกับความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่เริ่มสูญเสียไปแล้ว สะท้อนออกมาเช่นกันจากผลสำรวจความเชื่อมั่นของนักลงทุนสหรัฐจาก AAII ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ระบุว่ามีสัดส่วนนักลงทุนสหรัฐที่ประเมินว่าตลาดหุ้นสหรัฐจะยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น หรือ Bullish ในระยะ 6 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ระดับ 25.5% ลดลง 3.3% จากสัปดาห์ก่อนหน้า และยังคงต่ำกว่าสัดส่วนนักลงทุนสหรัฐที่ประเมินว่าตลาดหุ้นสหรัฐกำลังกลับสู่แนวโน้มขาลง หรือ Bearish ในระยะ 6 เดือนข้างหน้าที่ระดับ 33.7% เพิ่มขึ้น 5.8% จากสัปดาห์ก่อนหน้า

แรงกดดันจะเพิ่มขึ้นตั้งแต่นี้จนจบปี 2559 ! : “นายหมูบิน” ยังคงมองว่าการไปต่อของ SET เหนือ 1,510 หรือ 1,560 จุดในช่วงที่เหลือของปี 2559 โดยการคาดหวังว่าจะเห็นการเข้าซื้อต่อเนื่องของนักลงทุนต่างชาติเป็นปัจจัยสนับสนุนหลักมีความเป็นไปได้น้อยมากแล้ว โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาในทางเทคนิค “นายหมูบิน” พบว่าการที่ Indicator สำคัญอย่าง MACD ของดัชนี Accumulated Foreign Fund Flow ยังคงอยู่ในภาวะ Negative Divergence กับดัชนี Accumulated Foreign Fund Flow อย่างต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 6 ติดต่อกัน สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสที่นักลงทุนต่างชาติจะกลับมาขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยในระยะ 1-2 เดือนข้างหน้ามีสูงมาก ซึ่งจะสอดคล้องกับปัจจัยเชิงฤดูกาล (Seasonality) ของตลาดหุ้นเอเชีย และไทยที่ “นายหมูบิน” ได้เรียนไปในสัปดาห์ก่อนหน้าว่าจากสถิติในช่วง 3 ปีก่อนหน้า (2556-2558) ในเดือน พ.ย. และ ธ.ค. ถือว่าเป็นปีที่ไม่ดีเลยของตลาดหุ้นเอเชีย และไทย โดยที่ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาตลาดหุ้นเอเชีย และไทยปรับตัวลงทุกปีในเดือน ธ.ค. หรือมี Winner Percentage ที่ 0% บนอัตราผลตอบแทนเฉลี่ย -1.0% และ -1.4% ตามลำดับสำหรับ MSCI Asia ex Japan และเฉลี่ย -2.3% และ -5.5% ตามลำดับ

นอกจากนี้ตลาดหุ้นไทยน่าจะได้รับผลกระทบจากการเลือกตั้งของสหรัฐที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 8 พ.ย.2559 นี้ด้วย โดยเฉพาะถ้าชัยชนะเป็นของนางฮิลลารี่ คลินตันตัวแทนจากพรรคเดโมแครต เพราะถ้าพิจารณาจากสถิติการเลือกตั้ง 4 ครั้งที่ผ่านมาในช่วงปี 2000-2012 ซึ่งพรรครีพับลิกันได้รับชัยชนะในปี 2000 และ 2004 ขณะที่พรรคเดโมแครตได้รับชัยชนะในปี 2008 และ 2012 จะพบว่าตลาดหุ้นสหรัฐในฐานะตัวแทน หรือ Proxy ของตลาดหุ้นโลกนั้นตอบสนองในด้านบวกต่อชนะของพรรครีพับลิกันมากกว่า โดยที่สถิติระบุว่าหลังการเลือกตั้ง 1 สัปดาห์ และ 3 เดือนตลาดหุ้นสหรัฐจะปรับตัวขึ้นเฉลี่ย 0.5% และ 2.7% ตามลำดับ ตรงกันข้ามกับสถิติของตลาดหุ้นสหรัฐหลังชัยชนะของพรรคเดโมแครตของนางฮิลลารี่ที่ตลาดหุ้นสหรัฐตอบสนองในด้านลบอย่างมาก โดยที่สถิติระบุว่าหลังการเลือกตั้ง 1 สัปดาห์ และ 3 เดือนตลาดหุ้นสหรัฐจะปรับตัวลงเฉลี่ยถึง 6.7% และ 6.3% ตามลำดับ

ในส่วนของกลยุทธ์ สำหรับการลงทุนระยะสั้น (ไม่เกิน 1 สัปดาห์) : กรณีที่ SET ยังกลับไปปิดเหนือ 1,510 (+/-5) จุดไม่ได้ แนะนำ “ถือเงินสด” อีกครั้ง หรือ “Wait and See” ไปรอ “อ่อนตัวซื้อเก็งกำไร” ในกรอบ 1,410 (+/-5) จุด ในหุ้น PTT, PTTGC, TOP, BDMS, ROBINS, MINT, CPN, AAV, AOT, CK, SCB และ KBANK สำหรับการลงทุนระยะกลาง (1-3 เดือน) ในลักษณะ Long-Only แนะนำ “ลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้นลงมาอยู่ที่ระดับ 25% ของพอร์ต”

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่ความเห็นส่วนตัวของผมนะครับ โปรดใช้วิจารณญาณ และศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการตัดสินใจลงทุนด้วยครับ สำหรับการพูดคุยกันระหว่างสัปดาห์นอกจากทาง Facebook ที่ www.facebook.com/moobin.stockmania และ e-mail ที่ moobin.stockmania@gmail.com แล้ว แฟนๆยังสามารถติดตามมุมมองเกี่ยวกับการลงทุนจาก “นายหมูบิน” ได้ทาง FM 101.00 ทุกวันอาทิตย์ในรายการ ”เซียนเศรษฐกิจ” เวลา 10.00-12.00 น.เช่นเดิมครับ

0 views0 comments

For advertising please call: 02-2534691