ออมสินต่อยอดแก้หนี้นอกระบบ - พร้อมจับธนาคารโรงเรียนสู่โลกดิจิทัล


แบงก์ออมสินยันต่อยอดแก้หนี้นอกระบบถาวร บัตรวงเงินฉุกเฉิน “พีเพิลการ์ด” เปิดใช้กลาง ต.ค.นี้ พร้อมเพิ่มวงเงินเผื่อใช้สำหรับลูกค้าโครงการธนาคารประชาชนรายละ 3 หมื่นถึง 1.5 ล้านบาท ล่าสุดจัดทำธนาคารโรงเรียนเสมือนจริงบนโลกสังคมออนไลน์ ทำกิจกรรมที่กำหนดให้ได้รับเงินสมมติไปแลกเป็นเงินจริงได้ด้วย คาด 3 เดือนมีนักเรียนเข้าใช้งานกว่า 3 พันคน

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการ ธนาคารออมสิน (GSB) เปิดเผยว่า จากการที่กระทรวงการคลังได้เตรียมแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างจริงจังอีกครั้ง โดยจะใช้มาตรการจูงใจให้เจ้าหนี้นอกระบบสมัครเข้าเป็นผู้ให้บริการสินเชื่อในระบบด้วยการเปิดเป็นบริษัท “พิโคไฟแนนซ์” ให้บริการสินเชื่อแก่ประชาชนทั่วไปในเขตจังหวัดที่บริษัทตั้งอยู่ โดยกำหนดให้ปล่อยสินเชื่อได้รายละไม่เกิน 50,000 คิดอัตราดอกเบี้ยเท่ากับนาโนไฟแนนซ์ คือ 36% ต่อปี หรือ 3% ต่อเดือน ซึ่งเชื่อว่าเป็นอัตราดอกเบี้ยที่เจ้าหนี้นอกระบบยอมรับและสามารถดำเนินธุรกิจได้

สำหรับในส่วนของธนาคารออมสิน จากที่ได้เตรียมการออกสินเชื่อวงเงินฉุกเฉินในรูปแบบ พีเพิลการ์ด (People Card) หรือบัตรสินเชื่อวงเงินฉุกเฉิน เพื่อให้ลูกค้าสามารถเบิกเงินไปใช้ได้ยามจำเป็นต้องใช้เงินอย่างกะทันหัน จากเดิมที่ลูกค้าเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินมักเลือกวิธีง่ายๆ ด้วยการไปกู้หนี้นอกระบบ ซึ่ง พีเพิลการ์ด ที่ลูกค้าสมัครใช้บริการไว้จะเข้ามาทดแทนการไปกู้หนี้นอกระบบได้ด้วยการนำบัตรไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็มที่มีอยู่ทั่วไปในเวลาใดก็ได้ โดยลูกค้าจะเสียดอกเบี้ยต่อเมื่อกดเงินออกมาใช้ หากไม่กดเงินจะไม่เสียดอกเบี้ย ทั้งนี้ ธนาคารออมสินจะเริ่มให้บริการ พีเพิลการ์ดได้ตั้งแต่กลางเดือนตุลาคม 2559 นี้เป็นต้นไป

ส่วนกลุ่มเป้าหมายของ พีเพิลการ์ด จะเป็นกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่มีรายได้ไม่ถึง 15,000 บาทต่อเดือน ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้าแม่ค้า หาบเร่แผงลอย ผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรือลูกจ้างประจำที่มีรายได้ไม่ถึง 15,000 บาทต่อเดือน สามารถกู้ได้ 5 เท่าของรายได้ โดยธนาคารคิดอัตราดอกเบี้ย 1% ต่อเดือน ขณะที่การปล่อยสินเชื่อในรูปแบบดังกล่าวธนาคารออมสินได้ขออนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เรียบร้อยแล้ว

“พีเพิลการ์ด น่าจะถือว่าเป็นการต่อยอดการแก้ไขหนี้นอกระบบอย่างถาวรของกระทรวงการคลังได้ในระดับหนึ่ง” นายชาติชาย กล่าวและเผยต่อไปว่า

นอกจากนี้ ธนาคารได้เตรียมวงเงินปล่อยกู้เป็นพิเศษให้กับลูกค้าในโครงการธนาคารประชาชนที่มีราว 1.5 ล้านคนอีกส่วนหนึ่ง โดยกลุ่มที่รายได้ไม่ถึง 15,000 บาทต่อเดือน จะให้กู้เพิ่มได้อีกรายละ 30,000 บาท ส่วนกลุ่มที่ต้องการวงเงินเกิน 30,000 บาท ที่เรียกว่ากลุ่มพรีมา หรือกลุ่มที่มีรายได้ปานกลาง สามารถกู้เพิ่มในวงเงิน 1.5 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี ทั้งพีเพิลการ์ด และวงเงินเพิ่มเติมให้กับลูกค้าโครงการธนาคารประชาชน หากเป็นลูกค้าเก่าของธนาคารจะพิจารณาอนุมัติสินเชื่อได้ง่าย เพราะธนาคารมีประวัติอยู่แล้ว ส่วนลูกค้าใหม่อาจจะมีเพียงครั้งแรกเท่านั้นที่ธนาคารต้องขอเอกสารหลักฐานต่างๆ บ้าง เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการอนุมัติสินเชื่อ

“ทั้งหมดนี้จะเป็นบริการทางการเงินที่เรียกว่าเป็นเงินเผื่อไว้ใช้ เพื่อจะได้ไม่ต้องไปกู้หนี้นอกระบบ ถ้ายังไม่จำเป็นต้องใช้ก็ไม่ต้องกดเงินและไม่ต้องเสียดอกเบี้ย” ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวและเผยต่อไปว่า

จากการที่โลกยุคดิจิตอลในยุคปัจจุบัน รูปแบบของกิจกรรมถูกกำหนดให้เปลี่ยนไปตามกลไกของการดำเนินชีวิต เพราะการสื่อสารผ่านสังคมออนไลน์เป็นปัจจัยหนึ่งของชีวิต เพื่อให้กิจกรรมมีจุดสนใจและดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น ในภารกิจการออมของธนาคารออมสิน จึงปรับเปลี่ยนให้ก้าวทันโลก โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ธนาคารจึงได้จัดรูปแบบใหม่ของการออมผ่าน “ธนาคารโรงเรียน ธนาคารออมสิน” ด้วยการเปิดตัวธนาคารโรงเรียนเสมือนจริง “Virtual School Bank” ซึ่งจะจูงใจให้นักเรียน กลุ่มคนรุ่นใหม่ ได้รับความรู้ความเข้าใจและออกแบบการออมด้วยตัวเองได้ในโลกเสมือนชีวิตจริง ที่สำคัญถือเป็นครั้งแรกที่จะตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ในยุค Digital Banking 4.0 โดยสามารถสมัครได้ทางหน้าเว็บไซต์ www.gsbschoolbank.com ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ธนาคารโรงเรียน ธนาคารออมสิน เป็นรูปแบบการออมเงินที่ธนาคารได้ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2541 โดยการจำลองสำนักงานสาขาของธนาคารออมสินตั้งในสถานศึกษา มีนักเรียน นักศึกษา เป็นผู้ให้บริการด้วยตนเองแก่นักเรียนภายในโรงเรียน โดยปัจจุบันมีโรงเรียนที่เป็นสมาชิกธนาคารโรงเรียนธนาคารออมสินกว่า 1,200 แห่ง จากโรงเรียนทั่วประเทศราว 30,000 โรงเรียน จำนวนนักเรียนที่ร่วมออมเงินกว่า 2.2 ล้านบัญชี จากนักเรียนทั่วประเทศประมาณ 7 ล้านคน โดยมีเงินออมรวมไม่น้อยกว่า 950 ล้านบาท ซึ่งจะเห็นได้ว่ารูปแบบการออมด้วยวิธีนี้ขยายตัวก้าวหน้าต่อเนื่องในช่วง 18 ปีที่ผ่านมา พร้อมกับการพัฒนารูปแบบวิธีการออมเงินผ่านช่องทางนี้ของธนาคารออมสิน ภายใต้เหตุผลหลักคือ “การส่งเสริมการออม”

สำหรับ Virtual School Bank จะเป็นธนาคารโรงเรียนในรูปแบบเครือข่ายสังคมออนไลน์ ถือเป็นพัฒนาการระบบธนาคารโรงเรียนไปอีกขั้นหนึ่ง เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่สอดคล้องกับนโยบายการบริหารงานของธนาคารออมสินแบบ Customer Centric โดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ในแบบสามมิติ (Virtual 3D) ซึ่งใน Virtual School Bank จะประกอบด้วย อาคารธนาคารโรงเรียน อาคารฝึกปฏิบัติงานธนาคาร อาคารส่งเสริมการเรียนรู้ออนไลน์ อาคารธนาคารออมสินสาขาเสมือนจริง และ สถานที่สำคัญต่างๆ รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในประเทศไทย นำเสนอภาพเคลื่อนไหว เสียง ตลอดจนสื่อมัลติมีเดียอื่นๆ ที่ความเข้าใจได้ง่าย มีทั้งสื่อการเรียนการสอน ความสนุกนอกบทเรียน เรียนรู้การออมเงิน ได้เก็บออมเงินจริงๆ เป็นต้น ซึ่งตัวผู้ใช้โปรแกรมนี้จะมีตัวตนเสมือนจริงอยู่ในสื่อออนไลน์ และได้ทำกิจกรรมต่างๆ มากมายที่ธนาคารออมสินได้กำหนดขึ้น ซึ่งกิจกรรมต่างๆ จะมีผลตอบแทนเป็นเงินสกุล Gold หรือ G โดยธนาคารจัดสิทธิพิเศษให้กับผู้ทำกิจกรรมด้วยการแลก 1,000 G เป็นเงินจริง 100 บาท ที่ผู้ทำกิจกรรมสามารถฝากเพิ่มเข้าไปในธนาคารโรงเรียนได้

“สังคมในยุคปัจจุบันการหาความรู้และสันทนาการผ่านโลกออนไลน์เป็นไปอย่างกว้างขวาง ธนาคาร ออมสินจึงเพิ่มรูปแบบการเรียนรู้ทุกๆ ด้านดังกล่าวอย่างเสมือนจริง ซึ่งเยาวชนทั้งที่เป็นสมาชิกธนาคารโรงเรียนหรือไม่ได้เป็น จะได้ทักษะ และวิธีคิดมากมายจาก Virtual School Bank นี้ ที่สำคัญช่องทางนี้จะเป็นการสื่อสารระหว่างธนาคารออมสินกับกลุ่มเยาวชน/นักเรียน ในการส่งผ่านข้อมูล ข่าวสาร และกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่างๆ มากมาย โดยคาดว่า 3 เดือนแรกหลังเปิดตัว จะมีโรเยนต่างๆ เข้าร่วม 300-400 โรงเรียน มีนักเรียนและผู้เข้าชมทั่วไปเข้าใช้หรือร่วมชมประมาณ 3,000 ราย ขณะที่ในโอกาสต่อไปอาจจะมีโรงเรียนเข้าร่วมทั้ง 30,000 โรงเรียนก็ได้ ซึ่งขอเชิญชวนให้ทุกโรงเรียนในประเทศไทย เป็นสมาชิก Virtual School Bank ของธนาคารออมสิน เพื่อสัมผัสประสบการใหม่ในโอกาสนี้ด้วย” นายชาติชาย กล่าวในที่สุด

0 views0 comments