แนวโน้มตลาดรถยนต์ดีขึ้น..เติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4


ตลาดรถยนต์ในประเทศเริ่มมีทิศทางเป็นบวกมากขึ้น หลังจากผ่านพ้นเดือนสิงหาคม มียอดจำหน่ายรถยนต์เพิ่มขึ้น 2.6% นับเป็นการเติบโตเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน แต่คาดการณ์ว่าในเดือนกันยายนตลาดรถยนต์มีภาวะที่ทรงตัว

นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า สถิติยอดขายรถยนต์ประจำเดือนสิงหาคม 2559 ที่ผ่านมา มีปริมาณการขายทั้งสิ้น 63,619 คัน เพิ่มขึ้น 2.6% ประกอบด้วย รถยนต์นั่ง 24,768 คัน เพิ่มขึ้น 8.7% รถเพื่อการพาณิชย์ 38,851 คัน ลดลง 0.9% รวมทั้ง รถปิกอัพขนาด 1 ตัน ในเซ็กเมนต์นี้ จำนวน 30,325 คัน ลดลง 4.5%

ทั้งนี้ ตลาดรถยนต์เดือนสิงหาคม ที่มีปริมาณการขาย 63,619 คัน เพิ่มขึ้น 2.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่าน นับเป็นการเติบโตที่เพิ่มขึ้นของตลาดรถยนต์นั่งอย่างต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ซึ่งเป็นผลมาจากความนิยมอย่างต่อเนื่องของรถยนต์รุ่นใหม่ที่ได้แนะนำสู่ตลาดในช่วงที่ผ่านมา ประกอบกับแรงบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศของภาครัฐ ที่เริ่มส่งผลดีต่อภาพรวมของเศรษฐกิจและตลาดรถยนต์ในครึ่งปีหลัง

ขณะที่ตลาดรถยนต์สะสม 8 เดือน มีปริมาณการขาย 492,884 คัน เพิ่มขึ้น 0.2% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยแบ่งเป็นตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราการเติบโตลดลง 7.1% อันเนื่องมาจากยอดขายที่ชะลอตัวในตลาดรถยนต์นั่งช่วงต้นปี ส่วนตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 4.8% เนื่องมาจากสถานการณ์ภัยแล้งที่เริ่มคลี่คลาย ส่งผลให้กำลังซื้อภาคครัวเรือนโดยเฉพาะในต่างจังหวัดมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น

แต่อย่างไรก็ตามการที่สถาบันทางการเงินยังคงเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อจึงส่งผลต่อสภาพคล่องในระบบ

“แนวโน้มตลาดรถยนต์ในเดือนกันยายนคาดว่าทรงตัว จากผลของการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2559 ที่ผ่านมา คาดว่าจะส่งผลให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนและผู้บริโภคต่อทิศทางและเสถียรภาพทางการเมืองดีขึ้น และเป็นปัจจัยบวกที่กระตุ้นให้ภาพรวมเศรษฐกิจดีขึ้นตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ความกังวลในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนของสภาวะเศรษฐกิจโลกและสภาพเศรษฐกิจในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ส่งผลให้แนวโน้มตลาดรถยนต์ในเดือนกันยายนยังอยู่ในสภาวะทรงตัว”

สำหรับยอดจำหน่ายรถยนต์ในเดือนสิงหาคม 2559 ที่ผ่านมา โตโยต้ายังมียอดจำหน่ายเป็นอันดับ 1 ด้วยจำนวน 21,212 คัน ลดลง 1.6% มีส่วนแบ่งตลาด 33.3% อันดับ 2 อีซูซุ จำนวน 10,968 คัน ลดลง 0.8% มีส่วนแบ่งตลาด 17.2% และอันดับ 3 ฮอนด้า จำนวน 9,625 คัน เพิ่มขึ้น 18.8% มีส่วนแบ่งตลาด 15.1%

ส่วนยอดจำหน่ายรถยนต์ นับตั้งแต่เดือนมกราคม-สิงหาคม 2559 ด้วยปริมาณการขาย 492,884 คัน โดยโตโยต้ายังมียอดจำหน่ายเป็นอันดับ 1 เช่นเดิม ด้วยจำนวน 150,402 คัน ลดลง 10.1% มีส่วนแบ่งตลาด 30.5% อันดับ 2 อีซูซุ จำนวน 93,921 คัน เพิ่มขึ้น 2.8% มีส่วนแบ่งตลาด 19.1% และอันดับ 3 ฮอนด้า จำนวน 72,678 คัน เพิ่มขึ้น 1.8% มีส่วนแบ่งตลาด 14.7%

0 views0 comments