มีวันนี้ SME แบงก์ ช่วยหนุน.. ‘เทพมุกดาฯ’ ปั้นสมุนไพรไทยดัง


“เทพมุกดาโอสถ” ธุรกิจสมุนไพรครบวงจร มีวันนี้เพราะ SME BANK ช่วย ทั้งให้สินเชื่อ เป็นที่ปรึกษาธุรกิจพัฒนาแบรนด์และบรรจุภัณฑ์ อีกตัวอย่างของผู้ประกอบการ SME ที่มีวินัย ซื่อสัตย์ ทำธุรกิจแบบเกื้อกูล ต่อยอดสมุนไพรไทยก้าวไกลบนเวทีโลก

ดร.รัชตบดินทร์ กันตญาณมุนี ประธานกรรมการ บริษัท เทพมุกดาโอสถ กล่าวในรายการ “เซียนเศรษฐกิจ” ที่จัดโดยกองบรรณาธิการน.ส.พ. “ดอกเบี้ยธุรกิจ” ถึงกิจการของเทพมุกดาโอสถ ว่า เป็นบริษัทที่ผลิตสมุนไพรไทยตั้งแต่เครื่องประเทืองผิว สบู่ สมุนไพรต่างๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน รวมไปถึงสมุนไพรสำหรับรับประทาน

“ผมเรียนจบทางด้านแพทย์แผนไทยโดยตรงที่โรงเรียนภัทรเวชสยาม รับรองโดยกระทรวงศึกษาธิการ เรียนทางด้านเภสัชกร 3 ปี เป็นเวชกรรม และสอบในเรื่องของโรคศิลป์ที่เกี่ยวกับสมุนไพร สำหรับบริษัท เทพมุกดาโอสถ ประกอบการมาแล้ว 7 ปี สามารถรับผลิตยาสมุนไพรได้ด้วย เป็นการค้าปลีกและค้าส่ง ในระยะแรกเป็นการผลิตเพื่อนำมาใช้ส่วนตัว เพราะสมัยก่อนผมมีปัญหาเกี่ยวกับฝ้า หลังจากนั้นก็จำหน่ายแจกจ่ายให้กับเพื่อนๆ ซึ่งเป็นช่องทางในการทำธุรกิจในเวลาต่อมา ครั้งแรกของการขยายธุรกิจคือได้ทุนมาจาก SME Development Bank ให้การสนับสนุน ตั้งร้านขายอยู่ที่ เจ.เจ.มอลล์ ส่วนโรงงานอยู่ที่ตำบลบางพูด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี มีคนงานประมาณ 10 คน ยังเป็น SME ขนาดย่อม โดยมี SME Development Bank เป็นตัวขับเคลื่อนของเงินทุนที่จะทำให้ธุรกิจสามารถไปต่อได้”

ดร.รัชตบดินทร์กล่าวถึงการยื่นกู้กับ SME Development Bank ว่า ต้องมีวินัยในการทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายสินค้าต่างๆ ที่นำเข้ามา มีเครดิตในเรื่องการชำระเงินตรงต่อเวลา มีวินัยในการใช้จ่าย ซึ่งผู้ประกอบการที่ต้องการเงินลงทุนหรือต้องการคำปรึกษา สามารถไปขอคำปรึกษาได้ที่ SME Development Bank

“ของผมไปที่สำนักงานใหญ่เลย ดอกเบี้ยถูก และเป็นการขยายธุรกิจได้ดี ถือว่าเป็นพี่เลี้ยงที่ดี แรกๆ ทุกคนจะว่ายาก แต่การขอกู้เงินลงทุนจาก SME Development Bank ไม่ยาก มีการให้คำปรึกษาและจะมีเจ้าหน้ามาตรวจดูว่ามีการทำธุรกิจจริง ดูการซื้อมาขายไป มีหลายโครงการที่ให้การเยียวยา โครงการปรับฟื้นฟู หรือเป็นโครงการเกี่ยวกับการให้ทุนในการลงทุน บางเคสอาจต้องใช้หลักประกัน ใช้การเซ็นสัญญาค้ำประกัน บางสัญญาเป็นเรื่องของหลักทรัพย์ แต่บางอย่างก็เป็นเรื่องของนโยบาย ถ้าเป็นไปได้ขอแนะนำผู้ประกอบการหลายๆ ท่านที่ขาดเงินลงทุนหรือหมดกำลังในการต่อสู้ธุรกิจ ลองปรึกษา SME Development Bank ได้”

ส่วนเศรษฐกิจโลกที่ไม่ค่อยดี ทำให้เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบไปด้วยนั้น ดร.รัชตบดินทร์กล่าว ทำให้ธุรกิจสมุนไพรไทยได้รับผลกระทบตามเช่นกัน โดยสินค้าสมุนไพรไทยมีลูกค้าตั้งแต่ญี่ปุ่น จีน ไปจนถึงยุโรป ซึ่งแม้เศรษฐกิจจะไม่ค่อยดี แต่บริษัทยังควบคุมในเรื่องคุณภาพของผลิตภัณฑ์

“ปัจจัยภายนอกไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ สังคม การเมือง หรือภาระหนี้สินต่างๆ อาจจะควบคุมได้ยาก แต่การที่จะควบคุมได้คือควบคุมค่าใช้จ่ายของตัวเราเองหรือครัวเรือน ถ้าไปขอกู้เพื่อมาทำธุรกิจต้องไม่นำไปใช้อย่างอื่นที่ฟุ่มเฟือย ต้องมีสติในการใช้จ่าย…

“สำหรับคู่แข่งมีทุกที่ แต่ใน 100% เราขอเพียง 3% ซึ่งใน1-2 ปีขอเพียง 3% ภายใน 3 ปีหากไม่ลดลงเหลือ 1-2% ถือว่ายังอยู่ได้ คืออยู่อย่างเกื้อกูลกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างฆ่าในเรื่องการแข่งขัน ปกติมีการพูดคุยในภาคีเพื่อนำสินค้าไปจำหน่ายในโอทอปหรือออกบูธที่คลองผดุงกรุงเกษม การติดต่อเพื่อขายในต่างประเทศ โดยสินค้าของเราใช้ชื่อแบรนด์ว่าเทพมุกดาโอสถ ตราสัญลักษณ์เป็นรูปมือ ในเรื่องของเครือข่ายก็มีมาสมัครแบบแฟรนไชส์ ผู้ที่สนใจสามารถมาติดต่อได้”

ดร.รัชตบดินทร์กล่าวด้วยว่าปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของเทพมุกดาโอสถจำหน่ายในประเทศ 70% ส่งออก 30% โดยการส่งออกเน้นขายนักท่องเที่ยวผ่านบริษัททัวร์ของไทย

“ขายผ่านทัวร์เป็นเรื่องสำคัญ มีการไปคุยกับผู้ประกอบการทัวร์ว่าจะมีการช่วยเหลือกันอย่างไร ตรงนี้จะได้เงินง่ายและได้เงินเร็ว โดยเน้นร้านของเราที่ เจ.เจ. มอลล์ ค่อนข้างสะดวกคือใกล้รถทัวร์สามารถส่งของที่หมอชิตได้ นัดรับส่งของในห้างได้ และนำของไปส่งไปรษณีย์ในสวนจตุจักรได้ง่าย และเรายังการสร้างเครือข่ายทางไลน์ อินสตราแกรม หรือเฟซบุ๊ซ ซึ่งผู้มารับไปขายอยู่ได้ บริษัทก็อยู่ได้ ก็ต้องช่วยเหลือกัน ในระยะแรกอย่าคิดถึงเรื่องกำไร ต้องเน้นคุณภาพ การสร้างแบรนด์ ความน่าเชื่อถือต้องมาก่อน บางอย่างแพ็คเก็จจิ้งไม่ดี สินค้าไม่ได้คุณภาพ คนซื้อจะซื้อครั้งเดียว แต่ถ้าแพ็คเก็จจิ้งดี คุณภาพดี จะมีมาซื้อตลอด ของเราได้ SME Development Bank มาช่วยสนับสนุนในการสร้างแบรนด์และการออกแบบแบรนด์…

ส่วนสมุนไพรไทยที่นำมาทำเป็นยาสมุนไพรไทย บริษัทได้ปลูกสมุนไพรเพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้อยู่ที่จังหวัดราชบุรี เพื่อให้ดูว่าหน้าตาของสมุนไพรเป็นอย่างไร การสกัดเป็นอย่างไร บางตัวหายาก บางตัวก็ต้องปลูก บริษัท เทพมุกดา โอสถ เป็นเพียงกลุ่มเดียวที่ทำ ถ้ามองลึกลงไปในเรื่องของเครือข่ายโอทอป ถือเป็นเรื่องที่ดี ชาวบ้านที่ปลูกสมุนไพร เช่น ข่า ขิง เพื่อนำมาป้อนในโรงงานของบริษัทก็จะได้ในเรื่องเงินเลี้ยงชีพ โดยเราจะไปพูดคุยกับชาวบ้านในเรื่องการควบคุมคุณภาพ วิธีการเก็บ วิธีการรักษาเพื่อไม่ให้เกิดเชื้อรา วิธีการบรรจุภัณฑ์เพื่อไม่ให้มีผลต่อบริษัท คือต้องมีความซื่อสัตย์ตั้งแต่ชาวบ้านมาถึงบริษัท และบริษัทยังต้องเปิดใจพูดคุยกันว่ากำไรอาจจะน้อยในระยะแรก”

Credit ภาพ: Facebook บริษัทเทพมุกดาโอสถ จำกัด ผลิตภัณฑ์สปาสุขภาพและความงาม

0 views0 comments