Search

ค่ายรถยันไม่พร้อมทำตลาดรถ EV - เหตุโครงสร้างพื้นฐานต้องเกิดก่อน


ค่ายรถยนต์ยืนยันรถยนต์ไฟฟ้ายังเป็นเรื่องของอนาคต โครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จไฟต้องลงทุนควบคู่ไปด้วย ตอนนี้ค่ายรถขอลุยทำตลาดรถยนต์ไฮบริดก่อน พร้อมวอนภาครัฐสนับสนุนภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้าด้วย

นางสาวแอเน็ต แอนเดอร์สัน กรรมการผู้จัดการ บริษัทวอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวกับ “ดอกเบี้ยธุรกิจ” ว่า สำหรับทิศทางรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามาอย่างแน่นอนในอนาคต แต่ยังไม่ใช่เวลานี้ เพราะบริษัทมองว่าในตลาดโลกกระแสรถยนต์ไฮบริด และ รถยนต์ Plug-in Hybrid ยังได้รับความนิยมสูงอยู่ ซึ่งมีความใกล้กันกับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า เพราะปัจจุบันรถยนต์พลังงานไฟฟ้ายังมีราคาสูง เนื่องจากแบตเตอรี่ที่เก็บไฟฟ้ายังมีราคาแพง

แม้ว่าค่ายรถยนต์วอลโว่ยังไม่มีรถยนต์พลังงานไฟฟ้าจำหน่ายในตลาด แต่ก็กำลังวิจัยและพัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้าอยู่ เพื่อให้เป็นรถยนต์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด โดยรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของวอลโว่จะยังคงคอนเซ็ปท์ที่มาพร้อมความปลอดภัยเช่นเคย

“ตอนนี้ทางวอลโว่กำลังพัฒนาในเรื่องแบตเตอรี่ให้มีขนาดน้ำหนักเบาเพื่อความปลอดภัยและให้มีราคาที่ถูกลง เชื่อว่าในอนาคตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าจะได้รับความนิยมอย่างแน่นอน ซึ่งเชื่อว่ารถวอลโว่ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าจะมีความปลอดภัยเป็นอย่างสูง ซึ่งการที่ภาครัฐออกนโยบายทิศทางของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าถือว่าเป็นเรื่องดีที่วอลโว่พร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่แน่นอน”

อย่างไรก็ตาม บริษัทอยากฝากถึงภาครัฐในเรื่องการสนับสนุนภาษีสรรพสามิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าด้วย ซึ่งรวมไปถึงรถยนต์ไฮบริด และ รถยนต์ Plug-in Hybrid เพราะว่ายังเก็บภาษีสรรพสามิตแพงอยู่ ขณะเดียวกันภาครัฐควรกำหนดนโยบายหรือสนับสนุนสถานีชาร์จไฟให้มีความชัดเจนด้วย เช่น บ้าน คอนโดมิเนียม สาธารณะ หรือ สถานที่ต่างๆ ให้รองรับไว้ก่อนด้วย

ด้านแหล่งข่าวจากวงการรถยนต์รายหนึ่ง เปิดเผยกับ “ดอกเบี้ยธุรกิจ” ว่า การผลักดันให้ประเทศไทยหันมาใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้ายังไม่เห็นด้วย เหตุเพราะต้นทุนการผลิตค่อนข้างสูง อย่างการผลิตแบตเตอรี่ก็ยังมีราคาแพง การชาร์จไฟแต่ละครั้งมีเวลานาน และระยะทางในการวิ่งของรถยนต์พลังงานไฟฟ้ายังไม่ไกลมาก อีกทั้งราคาน้ำมันในปัจจุบันยังมีราคาถูกเมื่อเทียบกับในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลทำให้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าอาจยังไม่ได้รับความนิยมก็เป็นได้

ทั้งนี้ ภาครัฐต้องมองถึงโครงสร้างพื้นฐานของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าด้วย เช่น พลังงานไฟฟ้าในประเทศมีเพียงพอหรือไม่ สถานีชาร์จไฟด่วนควรที่จะมีจำนวนไหร่ และจะเพียงพอกับความต้องการหรือไม่ เพราะอย่าลืมว่าเอกชนเป็นผู้ลงทุนสถานีชาร์จไฟอาจต้องใช้เวลาในการลงทุน

ขณะที่ค่ายรถยนต์มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่เชื่อว่าค่ายรถยนต์ส่วนใหญ่ยังไม่เห็นด้วยในเวลานี้ เนื่องจากค่ายรถยนต์มองว่ารถยนต์ไฮบริดเป็นเทคโนโลยีสำหรับในยุคปัจจุบัน และจะต่อยอดมาที่ Plug-in Hybrid จะเห็นได้ว่า รถยนต์ไฮบริดกับรถยนต์ Plug-in Hybrid มีหลักการทำงานที่เหมือนกัน เพียงแต่รถยนต์ไฮบริดไม่สามารถชาร์จไฟได้ แต่รถยนต์ Plug-in Hybrid สามารถชาร์จไฟได้

ขณะเดียวกัน ถ้าไปดูข้อมูลของรถยนต์ Plug-in Hybrid นั้น หากใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนจะมีระยะทางในการขับขี่ได้เพียง 30 กิโลเมตรเป็นส่วนใหญ่ และถ้าหากกดคันเร่งเพื่อเร่งแซง หรือ เจอรถติดเป็นเวลานาน จำนวนระยะทางที่การใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนจะมีไม่ถึง 30 กิโลเมตรอย่างแน่นอน ซึ่งแสดงให้เห็นแล้วว่าเทคโนโลยีของแบตเตอรี่ในการเก็บไฟยังมีไม่มากพอ

“รถยนต์พลังงานไฟฟ้า EV ที่วางจำหน่ายในต่างประเทศ จริงๆก็สามารถวิ่งได้เป็น 100 กิโลเมตร แต่มีข้อจำกัดตรงที่ต้องศึกษาเส้นทางที่จะไปว่ามีสถานีชาร์จไฟหรือไม่ ซึ่งสถานีชาร์จไฟอย่างชาร์จเร็วสุดก็ต้องใช้เวลา 30 นาที อย่างช้าก็ต้องมี 3 ชั่วโมงเป็นต้นไป ข้อจำกัดถือว่ายังมีอยู่ หากไปในระยะทางใกล้ๆบ้านถือว่าคุ้มค่าต่อการซื้อมาใช้งาน แต่ถ้าหากเดินทางไกลถือว่ายังไม่คุ้มค่า”

อย่างไรก็ตาม ความพร้อมในการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าของประเทศไทยยังไม่มีความพร้อมในตอนนี้อย่างแน่นอน เนื่องจากที่ผ่านมาภาครัฐไม่มีความชัดเจนกับนโยบายทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเฉพาะโครงการรถอีโคคาร์ที่ค่ายรถยนต์ต่างลงทุนในการพัฒนาเครื่องยนต์และรถยนต์ให้ตรงตามมาตรฐานข้อกำหนด และหากจะมาเปลี่ยนนโยบายทิศทางให้เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ซึ่งค่ายรถยนต์สามารถทำได้เพราะมีเทคโนโลยีอยู่ในมืออยู่แล้ว แต่หากนโยบายทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมีการเปลี่ยนแปลงไปมา ก็ยากที่จะทำให้ค่ายรถยนต์ปรับเปลี่ยนตามได้ทันที


For advertising please call: 02-2534691