Search

ประกันสุขภาพแข่งเดือด..ชีวิต-วินาศภัยร่วมชิงเค้ก


ภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันยังคงเผชิญแรงกดดันหลากหลายทิศทาง ทำให้ธุรกิจประกันชีวิต-ประกันวินาศภัยโตต่ำกว่าเป้าหมาย หลายเซ็กเตอร์ยังติดลบอีกต่างหาก สะท้อนกำลังซื้อผู้บริโภคอ่อนแอแสนสาหัส ช่วงที่เหลืออีกแค่ 3 เดือนของปีนี้ ยังคงต้องลุ้นระทึกกันต่อไปว่าธุรกิจจะปรับสภาพเข้าสู่โหมดอ่อนตัวได้อย่างไรให้เพลี่ยงพล้ำน้อยที่สุด

จากตัวเลขพบว่าเบี้ยประกันสุขภาพในหมวดเบ็ดเตล็ดของธุรกิจประกันวินาศภัยช่วง 6 เดือนแรกปีนี้มีทั้งสิ้น 4.62 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.65% ซึ่งเป็นการเติบโตที่ค่อนข้างโดดเด่น เมื่อเทียบกับเบี้ยเบ็ดเตล็ดอื่นๆ ซึ่งบ่งบอกได้ว่าการประกันภัยชนิดอื่นๆที่ไม่ใช่ประกันสุขภาพมีการแข่งขันอย่างรุนแรงตลอด แต่กำลังจะผ่านพ้นช่วงต่ำสุดไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์และที่ไม่ใช่รถยนต์ทั้งหลายทั้งปวง ยกเว้นประกันสุขภาพ เพราะต้องยอมรับว่าคนไทยตระหนักเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น ขณะที่เบี้ยประกันสุขภาพของหมวดวินาศภัยมีพอร์ตรวมกันไม่กี่พันล้านบาทก็ตาม วอลุ่มยิ่งต่ำ การกระจายความเสี่ยงยิ่งยาก

เช่นเดียวกับหมวดประกันชีวิตที่ช่วง 1-2 ปีมานี้ เริ่มมีสัญญาณลำบากมากขึ้นกว่าปกติ ผลพวงจากวิกฤตกำลังซื้อชะลอตัวต่อเนื่อง ทำให้สัญญาประกันชีวิตหลักๆขายยากขึ้น เพราะต้องยอมรับว่าประกันชีวิตเป็นสินค้าระยะยาว 10-20 ปี คนซื้อต้องชั่งใจอย่างคุ้มค่าถ้าจะต้องซื้อ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลของหลักประกันคุ้มครองชีวิต หรือซื้อเพื่อเก็บออมระยะยาว แม้กระทั่งมองว่าซื้อเพื่อเป็นการลงทุน

ดังนั้น เมื่อประกันชีวิตขายยากขึ้น บริษัทประกันชีวิตหลายแห่งจึงออกผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพที่เป็นส่วนควบ หรือสัญญาเพิ่มเติมมานำเสนอขายให้ลูกค้า ซึ่งพบว่ามีการแข่งขันรุนแรงมากขึ้น ทั้งด้านราคาและเงื่อนไขแคมเปญต่างๆ โดยที่มีต้นทุนทางการตลาดสูงมากเช่นเดียวกัน เพื่อดึงดูดผู้บริโภค

ทว่า โอกาสที่ประกันสุขภาพจะทำกำไรก็น้อยมาก เมื่อเทียบกับการขายสัญญาประกันชีวิตหลักๆ เมื่อเบี้ยประกันจากสัญญาหลักกับสัญญาเพิ่มเติมไม่สัมพันธ์กัน บริษัทประกันชีวิตจะมีความเสี่ยงในระยะยาวเพิ่มขึ้น เพราะเบี้ยประกันที่ถือเป็นรายได้เพื่อนำไปลงทุนระยะยาวลดลง ส่งผลต่อเสถียรภาพความมั่นคงตามมา

นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยตัวเลขธุรกิจประกันภัยช่วงครึ่งแรกปีนี้ (ม.ค.-มิ.ย.) ​ ว่ามีเบี้ยประกันภัยรับตรงรวม 3.82 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.07% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สัดส่วนเบี้ยประกันต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศอยู่ที่ 7.97% ซึ่งแบ่งเป็นเบี้ยประกันรับตรงจากธุรกิจประกันวินาศภัย 1.03 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.91% แบ่งเป็นการประกันภัยรถ 6.04 หมื่นล้านบาท 1.06% (เบี้ยประกันภัยรถภาคบังคับ 8,464 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.12% และประกันภัยรถภาคสมัครใจ 5.19 หมื่นล้านบาท 0.89%) ประกันภัยเบ็ดเตล็ด 3.53 หมื่นล้านบาท 1.32% ประกันอัคคีภัย 5,428 ล้านบาท ลดลง 1.85% และประกันภัยทางทะเลและขนส่ง 2,711 ล้านบาท ลดลง 2.03%

ธุรกิจประกันชีวิตมีเบี้ยประกันรับตรง 2.78 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.71% แยกเป็น เบี้ยประกันชีวิตประเภทสามัญ 2.47 แสนล้านบาท หดตัว 8.4% ประกันกลุ่ม 2.07 หมื่นล้านบาท ลดลง 31.86% ประกันประเภทอุตสาหกรรม 3,379 ล้านบาท หดตัว 7.14% และประกันประเภทอุบัติเหตุ 2,682 ล้านบาท ลดลง 6.69% รวมถึงมีเบี้ยประกันภัยรับจากสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพ 3.01 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.2% สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ใส่ใจเกี่ยวกับสุขภาพมากขึ้น

ธุรกิจประกันภัยมีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 3.33 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.66% แยกเป็นเป็นสินทรัพย์ลงทุน จำนวน 2.77 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.74% สินทรัพย์ลงทุนของธุรกิจประกันชีวิต 2.47 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 86.14% ของสินทรัพย์รวมของธุรกิจประกันชีวิต โดยมีอัตราส่วนความคุ้มครองผู้เอาประกันภัยของธุรกิจประกันชีวิต อยู่ที่ 126.02%

สินทรัพย์ลงทุนของธุรกิจประกันวินาศภัย 2.95 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 64.72% ของสินทรัพย์รวมของธุรกิจประกันวินาศภัย โดยมีสินทรัพย์สภาพคล่องรวมทั้งสิ้น 3.04 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.78%

นายอามาน คาปัวร์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาด บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต กล่าวว่าบริษัทได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ “ดิเอ็กซ์คลูซีฟ แคร์” ซึ่งเป็นสัญญาเพิ่มเติมประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายที่เข้าใจง่ายและแตกต่างจากประกันสุขภาพอื่นที่นำเสนออยู่ในตลาด จุดเด่น คือ จะไม่จำกัดวงเงินสูงสุดของค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ในแต่ละประเภท ลูกค้าจึงไม่ต้องกังวลหากจำนวนวันที่ต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเกินจากแผนประกันสุขภาพที่ซื้อไว้ โดยสามารถบริหารค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลด้วยตนเองในวงเงินผลประโยชน์ความคุ้มครอง รับประกันบุคคลชาย-หญิง อายุ 1เดือนถึง 70 ปี โดยลูกค้าสามารถต่ออายุได้ถึงอายุ 84 ปี มีให้เลือก 3 แผน คือ แบบวงเงินผลประโยชน์ 5.5 แสนบาท 1.1 ล้านบาท และ 3.3 ล้านบาท

นายเรืองศักดิ์ ปัญญาบดีกุล ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายการตลาด บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต “สัญญาเพิ่มเติม บีแอลเอ ซูเปอร์ แคร์” ที่ให้ความคุ้มครองโรคร้ายแรงมากถึง 47 โรค และรับความคุ้มครองโรคร้ายแรงรวมสูงสุดถึง 600% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย เป็นสัญญาเพิ่มเติมที่สามารถซื้อแนบท้ายกรมธรรม์ใหม่ หรือกรมธรรม์เดิมของกรุงเทพประกันชีวิตที่ยังมีผลบังคับอยู่

ความคุ้มครองโรคร้ายแรง 6 กลุ่มโรคร้ายแรง 47 โรค ประกอบด้วย กลุ่ม 1 กลุ่มโรคมะเร็งและเนื้องอก กลุ่ม 2 กลุ่มโรคเกี่ยวกับหัวใจหลอดเลือดและผลสืบเนื่อง กลุ่ม 3 กลุ่มโรคเกี่ยวกับอวัยวะและระบบการทำงานที่สำคัญกลุ่ม 4 กลุ่มภาวะติดเชื้อ หรือการบาดเจ็บร้ายแรง กลุ่ม 5 กลุ่มโรคร้ายแรงอื่นๆ และกลุ่ม 6 กลุ่มโรคร้ายแรงที่ได้เกิดขึ้นครั้งแรกก่อนที่ผู้เอาประกันภัยมีอายุครบ 17 ปีบริบูรณ์ รับประกันตั้งแต่อายุ 1-65 ปี คุ้มครองสูงสุดถึงอายุ 80 ปี สามารถต่ออายุได้เท่ากับระยะเวลาตามสัญญาประกันชีวิตหลัก สูงสุดถึงอายุ 79 ปี.


For advertising please call: 02-2534691