ค้าออนไลน์ทำพิษ - ยอดขายในห้างตก ปิดร้านกันระนาว!


ค้าปลีกออนไลน์โตแรงแซงค้าปลีกในห้าง ยักษ์ใหญ่พากันทยอยปิดสาขา เหตุลูกค้าเข้าห้างน้อยลง หันไปซื้อผ่านอินเทอร์เน็ตแทน 4 ยักษ์สินค้าเฉพาะกลุ่มเมื่อ 20 ปีก่อนตายสนิท

Circuit City, Borders, Tower Records และ Musicland ขายตั้งแต่คาสเส็ตเทปมาจนเป็นแผ่นดิสก์ครองตลาดมา 20 ปี ตอนนี้เหลือไว้แต่ความทรงจำ หลังจาก Amazon เปิดขายออนไลน์

ห้างค้าปลีกสินค้าเฉพาะประเภทเช่นนี้เป็นกลุ่มแรกที่ทนพิษบาดแผลจากค้าออนไลน์ไม่ไหว ปิดตายกันไปทุกหัวระแหง ไม่ว่าจะเป็นรายเล็กหรือรายใหญ่

ที่ยังเหลืออยู่ก็คือยักษ์ใหญ่อย่าง Wal-Mart, Office Depot, Costco, Kmart ,Target ก็อยู่กันอย่างไม่สบายใจ มีการปิดสาขาที่เริ่มขาดทุนลงไปแทบจะทุกเดือน

ถือเป็นการ reshape การค้าปลีกครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 100 ปีของอเมริกาและกำลังลุกลามไปทั่วโลก เนื่องจากค้าออนไลน์เป็นธุรกิจไร้พรมแดน

“การครอบครองอาณาจักรการค้าปลีกของอเมซอน เป็นเพียงการเริ่มต้น” ไบรอัน ซอสซี แห่ง TheStreet มองเชิงวิเคราะห์ “มันกำลังฆ่าธุรกิจเกือบทั้งระบบของการค้าปลีก”

จะเหลืออยู่ก็แต่ร้านค้าปลีกประเภทสินค้าฉุกเฉิน (critical services) อย่างร้านขายยา ร้านสะดวกซื้อเล็กๆ เท่านั้น

ร้านขายปลีกจิปาถะที่บริการสินค้าหลากหลายตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ (brick-and-mortar retailers) จะพากันล้มหายตายจากไปเพราะอเมซอน จะไปโทษ Jeff BeZos ผู้ก่อตั้งอเมซอนไม่ได้ เพราะการขายสินค้าผ่านระบบอินเทอร์เน็ตหรือออนไลน์เป็นทางเปิดกว้าง ไม่มีอเมซอนในวันนั้น ก็ต้องมีค้าปลีกออนไลน์รายอื่นและอื่นๆ ในวันนี้

แม้วันนี้อเมซอนจะยังครองตลาดค้าปลีกแค่ราว 8% แต่ก็ทำให้ร้านค้าปลีกสินค้าเฉพาะ เช่นร้านขายแผ่นดิสก์ภาพยนตร์ วิดีโอดิสก์ เพลง ร้านหนังสือ ร้านเครื่องมือ อุปกรณ์ไฟฟ้า ร้านเครื่องสำอาง ฯลฯ ต้องปิดตัวกันเป็นแถว

สินค้าที่นักช็อปยังนิยมซื้อด้วยตนเองในห้างในวันนี้ เช่น เสื้อผ้า ของชำ เครื่องแต่งตัว สินค้าสุขภาพฯลฯ ขณะนี้เริ่มจะไปเข้าตลาดออนไลน์มากขึ้น

ในอนาคตอาจจะเหลือแต่สินค้าไม่กี่ชนิดขายในห้างสรรพสินค้า เช่น อาหารสด อาหารแห้ง เครื่องดื่ม ของใช้กระจุกกระจิกในครัวเรือน สินค้าแฟชั่นที่จำเป็นต้องลองสวมใส่ เครื่องประดับที่ต้องเลือกให้เข้ากับรสนิยม ฯลฯ

หากจะมองว่า ร้านค้าออนไลน์เป็นตัวการทำให้ร้านค้าปลีกรุ่นดั้งเดิมต้องออกจากธุรกิจหรือล้มหายตายจากไปจากตลาดก็มองได้ แต่เป็นเพียงองค์ประกอบเดียวเท่านั้น ยังมีองค์ประกอบอื่นๆ อีกมากที่เป็นปัจจัยให้กิจการค้าปลีกยุคเก่าต้องดับสูญ

“ไม่มีกิจการใดต้องออกจากธุรกิจไปด้วยคู่แข่งรายเดียว มันมีปัจจัยอื่นๆ อีกหลายปัจจัยที่เป็นองค์ประกอบร่วมที่ทำให้พวกเขาต้องจากไป“ ศาสตราจารย์ลาร์รี่ เชียวกูริส แห่งวิทยาลัยธุรกิจลูบินมหาวิทยาลัยเพซ ให้แง่คิด

“แต่กระนั้นก็ต้องยอมรับว่า อเมซอนเป็นตัวการใหญ่ที่ฆ่าธุรกิจค้าปลีกโดยเฉพาะร้านค้าเฉพาะทาง อย่างร้านหนังสือ ร้านแผ่นบันทึกวิดีโอ เพลง ภาพยนตร์ ร้านเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ ถือได้ว่าเป็นเพชฌฆาตสินค้ารายกลุ่มอย่างแท้จริง

นอกจากร้านค้าประเภทรายกลุ่มแล้ว ร้านค้าระดับดีพาร์ตเมนต์สโตร์ก็กำลังถูกอเมซอนแย่งลูกค้าไปจนหลายแห่งเริ่มง่อนแง่น บางแห่งต้องปิดสาขา

Marcy’s ได้ชื่อว่าเป็นดีพาร์ตเมนต์สโตร์ที่มีแผนกเสื้อผ้าใหญ่ที่สุดในสหรัฐ จากการวิจัยพบว่า อเมซอนจะแย่งตำแหน่งนี้มาได้ในปี 2017 คือปีหน้า

เมซีส์ทยอยปิดห้างสาขาหลายแห่งทั่วประเทศ เช่นเดียวกันกับ Kohl’s และ Nordstrom ที่พยายามดิ้นหนีตาย

“ที่เจอผลกระทบหนักที่สุดคือพวกดีพาร์ตเมนต์สโตร์ เพราะพวกนี้มีสินค้าชนิดเดียวกันกับที่พวกอีคอมเมิร์ซขายกัน การขายในร้าน (in-store) นั้น ลูกค้านับวันแต่จะลดความนิยม ทั้งๆ ที่ลดราคากันสะบั้นหั่นแหลก แต่พวกเขาก็ไม่อาจจะยืนอยู่ได้” บริดเจ็ต ไวส์ฮาร์ นักวิเคราะห์แห่ง Morningstar Investment Service ชี้ถึงพฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภคยุคใหม่ที่เปลี่ยนไป

อีกรายที่ตกอยู่ในสภาพบอบช้ำย่ำแย่หนักก็คือ Office Depot ที่เมื่อปีที่แล้วพยายามควบรวมกิจการกับ Staples เพื่อลดความสูญเสียจากการแข่งขันกันเองด้วยสินค้าประเภทเดียวกันคือด้านเครื่องเขียนและของใช้ในสำนักงานและเพื่อเสริมแกร่งให้อยู่รอดจากการโจมตีของตลาดออนไลน์

แต่กลับไม่ได้รับการยินยอมจากศาล ด้วยเหตุผลว่า จะทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกน้อยลง แต่ศาลลืมมองว่า อเมซอนกำลังจะฆ่า B2B ที่เป็นร้านค้าปลีกเครื่องใช้ในสำนักงานอีกรายที่มีขนาดเล็กกว่าออฟฟิศดีโป

เมื่อใดที่บีทูบีถูกฆ่า ออฟฟิศดีโปกับสเตเปิลก็จะเป็นรายถัดๆ ไป

Best Buy เป็นร้านค้าปลีกเครือข่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใหญ่สุดในอเมริกาในขณะนี้ แต่ก็เริ่มสะเทือนแล้วหลังจากเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมายอดขายสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนของอเมซอนแซงหน้าแผนกสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าวอลมาร์ทขึ้นมาเป็นอันดับสอง จนลมหายใจรดต้นคอเบสต์บายแล้ว

ปี 2015 ยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้า ตั้งแต่เครื่องรับทีวี เครื่องเสียง หูฟัง แล็ปท็อป อุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ของอเมซอนเติบโตถึง 28% ขณะที่ยอดขายของเบสต์บายหดหายไป พร้อมกับยอดขายของ Apple ตกลงมาเหลือโตแค่เลขหลักเดียว

นั่นหมายถึงมาร์เก็ตแชร์ของเบสต์บายกับแอปเปิ้ลถูกอเมซอนช่วงชิงไปแล้วเกือบเท่ากับจำนวนที่อเมซอนโต

ร้านค้าปลีกอีกประเภทที่อยู่ในข่ายสูญเสียตลาดให้อเมซอน นั่นคือร้านชำหรือร้านโชห่วยที่ปัจจุบันมีรูปแบบเป็นซูเปอร์มาร์เก็ต

แม้ขณะนี้อเมซอนจะมีส่วนแบ่งตลาดแค่ 1% ของทั้งประเทศ แต่ด้วยพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคเปลี่ยนไปตลาดของชำของอเมซอนมีแนวโน้มว่าจะโตในด้านนี้มากขึ้น

ขณะนี้การสั่งซื้ออาหารกระป๋อง อาหารแห้งบรรจุเสร็จ เครื่องดื่มบรรจุขวด บรรจุกระป๋อง เครื่องดื่มชนิดชง ฯลฯ ขยายตัวขึ้น ทำให้อเมซอนวางแผนจะขายอาหารสดออนไลน์อีกด้านหนึ่ง

วันนี้โลกเข้าสู่ยุคดิจิตอลเต็มตัว มนุษย์มีลมหายใจเป็น “ไวไฟ” สื่อสังคมออนไลน์ ใช้เวลาอยู่กับจอสมาร์ทโฟน จอคอมพิวเตอร์ทุกขนาด ทุกรูปแบบในข่ายสื่อสารไร้สาย จนทำให้มีเวลากับกิจกรรมอื่นๆ ลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้เวลาในการเดินห้างน้อยลง

วิวัฒนาการทางสังคมที่ส่งผลต่อธุรกิจเช่นนี้เคยเกิดขึ้นกับร้านชำหรือร้านโชห่วยที่สูญพันธุ์ไปเมื่อมีดีพาร์ตเมนต์สโตร์ มีร้านสะดวกซื้อ มีซูเปอร์มาร์เก็ต เข้ามาทำหน้าที่แทน จนมาวันนี้ ร้านที่เคยฆ่าร้านโชห่วยก็กำลังจะกลายเป็นผู้ถูกฆ่า โดยร้านออนไลน์

ยุคต่อไป ร้านรูปแบบไหนจะมาแทนที่ร้านออนไลน์?

0 views0 comments

For advertising please call: 02-2534691