Search

กนง.คงดอกเบี้ย 1.50%..ส่งสัญญาณห่วงบาทแข็ง


กนง.คงดอกเบี้ยนโยบาย 1.50% เหมือนเดิม ด้วยเหตุผลเดิมๆ เศรษฐกิจไทยโตค่อยเป็นค่อยไปจากการลงทุนภาครัฐ-ท่องเที่ยว ส่วนลงทุนเอกชน-ส่งออกยังหด เศรษฐกิจโลกยังเปราะบาง มองเงินเฟ้อครึ่งปีหลังเข้ากรอบเป้าหมาย หากเริ่มห่วงบาทแข็งกระทบเศรษฐกิจ

นายจาตุรงค์ จันทรังษ์ เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่า ผลการกระชุม กนง. ครั้งที่ 6/2559 เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2559 คณะกรรมการมีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.50% ต่อปี โดยในการตัดสินนโยบาย คณะกรรมการประเมินว่า เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป และยังเผชิญกับความไม่แน่นอนทั้งในและต่างประเทศ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปยังมีแนวโน้มกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายในช่วงครึ่งหลังของปี และภาวะการเงินโดยรวมอยู่ในระดับที่ผ่อนคลายและเอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ คณะกรรมการจึงเป็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งนี้

สำหรับเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 2 ขยายตัวได้สูงกว่าที่คาด จากการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวดี ส่วนหนึ่งจากปัจจัยชั่วคราวและมาตรการกระตุ้นของภาครัฐ ในขณะที่ภาคการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายภาครัฐยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี การลงทุนภาคเอกชนอยู่ในระดับต่ำ และยังกระจุกตัวอยู่เฉพาะในบางภาคธุรกิจ การผลิตสินค้าอุตสาหกรรมและการส่งออกสินค้าหดตัวตามเศรษฐกิจเอเชียที่ชะลอลง และปัญหาเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทย รวมทั้งคุณภาพสินเชื่อในบางธุรกิจด้อยลง ในระยะข้างหน้า คณะกรรมการประเมินว่า เศรษฐกิจไทยยังอยู่ในทิศทางการฟื้นตัว แต่ต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยง โดยเฉพาะจากเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความเปราะบางและพัฒนาการทางการเมืองในต่างประเทศ

อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนสิงหาคมปรับสูงขึ้นเล็กน้อยตามราคาอาหารสด ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานทรงตัวในระดับต่ำตามอุปสงค์ที่ยังฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป อย่างไรก็ดี คณะกรรมการประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อยังมีแนวโน้มเข้าสู่กรอบเป้าหมายภายในปีนี้ตามที่คาดไว้เดิม

ภาวะการเงินโดยรวมยังอยู่ในระดับที่ผ่อนคลาย โดยอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรยังอยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ดี ในบางช่วงเวลาที่ผ่านมาค่าเงินบาทโน้มค่าแข็งขึ้นบ้างเมื่อเทียบกับสกุลเงินคู่ค้าคู่แข่งสำคัญ ซึ่งอาจไม่เป็นผลดีต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย นอกจากนี้ คณะกรรมการเห็นว่ายังคงต้องติดตามความเสี่ยงต่อเสถียรภาพการเงิน รวมทั้งพฤติกรรมแสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น (search for yield) จากการที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำเป็นเวลานาน

คณะกรรมการเห็นว่า การรักษาขีดความสามารถในการดำเนินนโยบาย (policy space) ยังมีความสำคัญ เพราะในระยะข้างหน้าเศรษฐกิจไทยยังจะต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ยังเปราะบาง และความไม่แน่นอนของทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของประเทศอุตสาหกรรมหลักที่จะส่งผลให้เงินทุนเคลื่อนย้ายและอัตราแลกเปลี่ยนผันผวนมากขึ้น

ในระยะต่อไป คณะกรรมการ เห็นว่า นโยบายการเงินควรอยู่ในระดับผ่อนปรนต่อเนื่อง และพร้อมที่จะใช้เครื่องมือเชิงนโยบายที่มีอยู่อย่างเหมาะสม เพื่อให้ภาวะการเงินโดยรวมเอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพการเงินของประเทศ


For advertising please call: 02-2534691