Search

National e-Payment พร้อม! ...ตุลาคม ประเดิมใช้ประชาชน


ดร.อนุชิต อนุชิตานุกูล ที่ปรึกษากระทรวงการคลัง กล่าวผ่านรายการ “เซียนเศรษฐกิจ” ที่จัดขึ้นโดยทีมข่าวหนังสือพิมพ์ “ดอกเบี้ยธุรกิจ” ถึงความคืบหน้าเรื่อง National e-Payment ว่า โครงกานี้ได้เดินตามที่วางแผนไว้ทุกประการ โดยได้เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนไปล่วงหน้า ขณะนี้ก็มีประชาชนจำนวนมากที่ไปลงทะเบียน ถือเป็นไปตามแผน ก่อนที่จะเปิดให้รับโอนเงินในเดือนตุลาคมนี้

“คนที่ลงทะเบียนผูกบัญชีไว้กับเลขบัตรประชาชน หรือเบอร์โทรศัพท์มือถือก็จะรับเงินได้ ส่วนคนที่จะโอนเข้ามา ผู้โอนไม่จำเป็นต้องลงทะเบียน เพราะระบบนี้มีไว้สำหรับรับเงิน ซึ่งคนที่โอนเงินสามารถใช้โมบายแบงกิ้งของทุกแบงก์โอนเงินเข้ามาได้ และแต่ละแบงก์ก็จะขยายไปให้สามารถโอนได้ทุกช่อง ถือว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผน และถือเป็นสเต็ปแรก และยังมีขั้นตอนต่อๆไป” ดร.อนุชิตกล่าวและว่า ทางฝั่งรัฐบาลเอง การจะจ่ายสวัสดิการต่างๆ ก็จะจ่ายเข้าที่เลขบัตรประชาชน รวมถึงปีหน้าการคืนภาษี ก็จะคืนเข้าที่เลขบัตรประชาชน เพื่อให้รู้ว่าถูกตัว ดังนั้น คนที่จะรับเงินจากรัฐบาลก็เอาเลขที่บัตรประชาชนไปแจ้งที่ธนาคารซึ่งธนาคารก็จะทราบเพราะมีข้อมูลเหล่านี้อยู่แล้ว

“คือเราจะค่อยเริ่มเปิดการโอนเงินไปทีละเรื่อง สวัสดิการในประเทศเรามีประมาณ 44 สวัสดิการ และในปีนี้ก็จะเริ่มเบี้ยของนมบุตรเริ่มจ่ายก่อนผ่านเลขบัตรประชาชน ส่วนปีหน้าเริ่มต่อไปเรื่อยๆ รวมถึงเรื่องการคืนเงินภาษีก็จะใช้เลขบัตรประชาชน เพราะจะทำให้มั่นใจได้ว่าเงินได้คืนไปยังถูกตัว และเจ้าตัวจะเอาไปผูกไว้ที่หรือเข้าที่แบงก์ไหนก็ได้ และก็ไม่ต้องมาบอกรัฐบาลด้วยว่าจริงๆตัวเองเก็บเงินไว้แบงก์ไหน จริงๆรัฐบาลรู้อยู่แล้วกับเลขบัตรประชาชน 13 หลัก คราวนี้ก็เป็นอิสระของประชาชนที่จะให้เอาเงินเข้าแบงก์ไหน รัฐบาลไม่รู้ว่าสุดท้ายเงินไปเข้าที่แบงก์ไหน รู้แต่เพียงว่าเงินจ่ายไปให้ตามเลขบัตรประชาชน”

ดร.อนุชิตยังกล่าวถึงเรื่องความปลอดภัย “พร้อมเพย์” ยังมีความไม่เข้าใจเยอะมาก ชื่อเดิมของมันคือ Any ID คิดว่าคนเข้าใจอยู่แล้ว แต่ไปเปลี่ยนชื่อว่า “พร้อมเพย์” คนก็เลยอาจจะงง จริงๆคือไว้รับเงิน สมมุติว่าถ้าเกิดประชาชนคนหนึ่ง บอกว่ากลัว แล้วไปเปิดบัญชีใหม่ และเอาเลขบัตรประชาชนหรือหมายเลขโทรศัพท์มือถือผูกไปกับบัญชีใหม่ ซึ่งบัญชีนั้น เราไม่ได้ต่อกับอินเทอร์เน็ตแบงกิ้ง ไม่ได้ทำอะไรเลย ไว้รับเงินอย่างเดียว จะไม่มีทางไหนที่ใครจะเอาเงินออกจากบัญชี นอกจากเราเดินไปที่สาขาแบงก์ แล้วไปถอนออกมาเหมือนเดิม ซึ่งก็คือเดิมที่มีคนรู้เลขบัญชีเรา แต่ก็ไม่สามารถถอนเงินไปได้ เพราะต้องมีกระบวนการตรวจสอบเรื่องของตัวตน โดยการใช้ไอดีก็จะเพิ่มความปลอดภัยขึ้น 2 ชั้น เพราะถึงว่าเราจะบอกไอดีคนอื่นไปคือบอกเลขที่บัตรประชาชนหรือเบอร์โทรศัพท์มือถือ คนที่รู้ก็ยังไม่รู้เลยว่าจะไปเอาเงินที่แบงก์ไหน ก็ยังปลอดภัยอีก 1 ชั้น

“หรืออย่างคนที่ทำเรื่องอีคอมเมิร์ซ ปัจจุบันเวลาค้าขายจะบอกวิธีชำระเงิน ถ้าแบงก์นี้เบอร์นี้ ถ้าแบงก์นั้นเบอร์นั้น ต้องลิสต์ไว้เต็มอินเทอร์เน็ตเลย แต่ถ้าหันมาใช้ระบบนี้ ก็ไม่ต้องบอกเบอร์บัญชีเลย เพียงแต่บอกเบอร์โทรศัพท์มือถือ เพราะเป็นเบอร์ที่คนติดต่อทราบดีอยู่แล้ว ก็โอนเข้ามาได้เลยทันที ส่วนขาจะเอาเงินออก จะไม่เกี่ยวเลย ถ้าเราไม่ได้ใช้อินเทอร์เน็ตแบงกิ้ง มันก็โอนออกด้วยอินเทอร์เน็ตแบงกิ้งไม่ได้ ถ้าเราจะโอน ถ้าบัญชีนั้นมีเอทีเอ็ม เราก็ต้องไปที่ตู้เอทีเอ็มอยู่ดี แต่ถ้าเราไม่มีทั้งอินเทอร์เน็ต ไม่มีเอทีเอ็ม ไม่มีอะไรเลย ก็ต้องไปที่สาขาไปถอนแล้วตรวจลายเซ็น”

กรณีที่มีข่าวเรื่องพ่อค้าที่โดนเงินโอนออกไปในช่วงที่ผ่านมานั้น ไม่เกี่ยวกับ “พร้อมเพย์” เพราะว่าจริงๆแล้ว ระบบก็ยังไม่ได้ใช้เลย มันเป็นเรื่องการพิสูจน์ตัวตนอยู่แล้ว ถ้าการพิสูจน์ตัวตนมีปัญหา มันก็จะมีปัญหาอยู่แล้ว ยกตัวอย่าง ถ้าเราให้เขาปลอมลายเซ็นเราได้ ก็ไม่เกี่ยวข้องกับระบบคอมพิวเตอร์ เหล่านี้ มันเป็นเรื่องของการตรวจสอบความเป็นบุคคลคนนั้น ไม่ได้เกี่ยวกับระบบการชำระเงิน และอย่างที่ว่า ตรงนี้มีไว้สำหรับรับโอนเงินอย่างเดียว และถ้าใช้ตรงนี้จะปลอดภัยขึ้น เพราะถ้าคนจะโกงจะไม่รู้เลยว่า เราใช้แบงก์ไหน

“วิธีการโอนไม่ได้ยาก ลองนึกถึงเวลาเราเดินทางไปที่แบงก์ สำหรับผู้โอนต้องลงทะเบียน ผู้รับเดิมทีเคยบอกผู้โอนว่า เวลาจะโอนมาให้ ต้องบอกเบอร์บัญชี แต่อันใหม่คือบอกไอดีคือเบอร์โทรศัพท์มือถือ ซึ่งผู้โอนรู้อยู่แล้ว หรือรัฐบาลก็รู้เลขบัตรประชาชนอยู่แล้ว ซึ่งไม่ใช่ข้อมูลใหม่ ผู้โอนก็จะโอนเงินมาให้ก็จะสะดวกขึ้น หรืออย่างคนค้าขายอีคอมเมิร์ซ ก็ไม่ต้องไปบอกทุกบัญชี ซึ่งจะได้รับความสะดวก และได้รับความปลอดภัยด้วย ระบบนี้จะซ้อนอีกชั้นหนึ่ง ทำให้ความปลอดภัยสูงขึ้น”

อย่างไรก็ตาม ดร.อนุชิตเปิดเผยว่า ในเบื้องต้นนี้จะเป็นการโอนระหว่างบุคคลก่อน “จริงๆระบบทุกอย่างพร้อมหมด เพียงแต่ว่าจะขอทดสอบระบบก่อน ส่วนนิติบุคคลสามารถลงทะเบียนทำได้เลย ตามที่ได้มีการตกลงกันไว้ คือหลังจากที่ประชาชนเริ่มใช้ในเดือนตุลาคมนี้ เราจะเปิดให้ลงทะเบียนนิติบุคคลตามไปเลย ซึ่งหลายแบงก์ก็พร้อมอยู่แล้ว”

Credit ภาพ: <a href="http://www.freepik.com/free-photos-vectors/business-card">Business card vector designed by Freepik</a>


For advertising please call: 02-2534691