อย่าตื่นกลัวไวรัส “ซิกา”..ไทยตรวจเข้ม - ความเสี่ยงต่ำ


กรมควบคุมโรคมั่นใจ ไวรัสซิกาในไทยไม่รุนแรง ผู้ติดเชื้อหายได้ใน 7 วัน การระบาดมีเพียงบางพื้นที่ จัดทีมเฝ้าระวังทั้งเชิงป้องกันและการรักษา ตั้งด่านตรวจเข้มทุกช่องทางบก น้ำ อากาศ ส่วนหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อไม่ต้องตื่นตระหนก ภาวะแทรกซ้อนที่กระทบถึงทารกยังมีอัตราเสี่ยงต่ำ

นายแพทย์อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวในรายการ “เซียนเศรษฐกิจ” ที่จัดโดยกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ “ดอกเบี้ยธุรกิจ” ถึงสถานการณ์การระบาดของไวรัสซิกาในประเทศไทยว่า ขณะนี้มีพื้นที่ที่อยู่ในการควบคุมและป้องกันทั้งหมด 5 จังหวัดด้วยกัน คือเชียงใหม่ เพชรบูรณ์ จันทบุรี บึงกาฬ และนนทบุรี ซึ่งไม่ได้หมายความว่าการระบาดของโรคจะเกิดขึ้นในทุกพื้นที่ของ 5 จังหวัดนี้ แต่มีการระบาดในบางพื้นที่เท่านั้น เช่นที่เชียงใหม่ มีแค่อำเภอเดียว หรือจันทบุรีก็มีเพียงอำเภอเดียว

“ผู้ติดเชื้อไวรัสซิกา ถือเป็นการติดเชื้อไวรัสทั่วไป อาการจะมีไข้ขึ้นหลังจากรับเชื้อมาภายใน 1-2 วัน หลังจากนั้นไข้จะขึ้นสูง คล้ายไข้หวัด จะมีอาการปวดหัว ตัวร้อน แต่ลักษณะของไวรัสซิกา คือจะมีผื่นขึ้นและจะมีตาแดง ซึ่งตอนแรกจะเรียกว่าไข้ออกผื่น หลังจากนั้น ผู้ติดส่วนใหญ่จะหายได้เองภายในไม่เกิน 7 วัน ยกเว้นหญิงตั้งครรภ์ที่เราเป็นห่วงเรื่องของภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้นกับทารก”

ส่วนการที่สิงคโปร์มีคนติดเชื้อโรคไวรัสซิกากว่า 200 คน และไทยกับสิงคโปร์อยู่ใกล้กันนั้น นายแพทย์อำนวยกล่าวว่าเบื้องต้นประเทศไทยประกาศให้โรคติดเชื้อซิกาเป็นโรคที่ต้องเฝ้าระวังตามพ.ร.บ.โรคติดต่อ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นแพทย์ เจ้าของสถานพยาบาล หรือเจ้าหน้าที่ที่ตรวจในห้องแล็บ ถ้าเจอและยืนยันได้ว่ามีผู้ติดเชื้อจะต้องรายงาน กรมควบคุมโรคเพื่อให้ทราบสถานการณ์ตลอดเวลา ว่าเกิดติดเชื้อหรือการระบาดขึ้นที่ไหนอย่างไร ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีระบบป้องกันโรคนี้ไวรัสซิกามีทีมสอบสวนโรคที่จะลงไปในพื้นที่เพื่อควบคุมปัจจัยต่างๆในพื้นที่อย่างรวดเร็วทันที

“เราจะควบคุมตั้งแต่เรื่องสิ่งแวดล้อมที่เป็นสาเหตุของการระบาด โดยเฉพาะการเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย เพราะเชื้อไวรัสซิกาจะเข้าถึงตัวยุงลายซึ่งเป็นพาหะ ซึ่งเราจะมีการควบคุมสิ่งแวดล้อมที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย จนกระทั่งการให้ความรู้พี่น้องประชาชนในเรื่องของการดูแลตัวเอง เช่นสวมเสื้อผ้าที่มิดชิดเวลาต้องผ่านกองขยะหรือแหล่งที่คาดว่าจะมียุงชุม ตลอดจนต้องดูแลภายในบ้านเองไม่ให้มียุงลาย”

นายแพทย์อำนวยกล่าวต่อด้วยว่า จากที่มีการพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสซิกา ระหว่างตั้งครรภ์และลูกที่คลอดออกมามีปัญหาศีรษะเล็กกว่าปกตินั้น ถือเป็นภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้น ส่วนต้องยุติการตั้งครรภ์หรือไม่นั้น ต้องดูเป็นเฉพาะกรณีเพราะภาวะแทรกซ้อนไม่ได้เกิดขึ้นกับผู้ตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อทุกราย อาจจะเกิดขึ้นได้ในบางรายแต่เปอร์เซ็นต์ไม่สูงมาก

“กรณีที่บราซิลคือมีการระบาดเยอะมาก แพร่หลายกว้างขวาง ก็เลยมีจำนวนของทารกที่เกิดขึ้นจากแม่ที่ติดเชื้อจำนวนมากถึงกว่า 1 พันราย แต่สำหรับหญิงตั้งครรภ์ในประเทศไทยที่เจอ เราก็ได้ขึ้นบัญชีไว้ เพื่อติดตามอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่คลอดออกมาก็ยังไม่เจอ แต่ที่มีเจอเด็กหัวเล็ก มีเป็นที่ๆ ต้องเรียนก่อนว่า ไม่ได้เกิดขึ้นจากการติดเชื้อไวรัสซิกาอย่างเดียว แต่เกิดจากสาเหตุอื่นๆเช่น หัดเยอรมัน หรือมีการทานยาไม่ถูกต้อง ซึ่งเราก็สอบอยู่ว่าเกิดจากการติดเชื้อไวรัสซิกาหรือไม่ แต่ที่ขึ้นบัญชีไว้และคลอดออกมาแล้ว ก็ยังไม่เจอ…

ส่วนที่หลายประเทศประกาศว่าถ้าใครเดินทางมาจากสิงคโปร์จะมีการตรวจสอบหมด แต่ประเทศไทยไม่ได้ทำถึงขนาดนั้น เพราะเรามั่นใจในการควบคุมเช่นด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศ เราจะมีการตั้งทุกจุดที่ช่องทางเข้าออกระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น บก น้ำ อากาศ ที่เป็นสนามบินนานาชาติใหญ่ที่สุดก็คือที่สนามบินสุวรรณภูมิและที่ดอนเมือง นอกจากนี้ก็จะมีที่สนามบินในจังหวัดใหญ่ๆ ซึ่งเราจะมีด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศที่มีเจ้าหน้าที่ของเราประจำอยู่ เจ้าหน้าที่ประจำจะคอยสังเกตอาการ ตรงหลุมจอดของเที่ยวบินที่มาจากประเทศเราก็จับตาเฝ้าระวัง จนกระทั่งมีเทอร์โมสแกนที่คอยจับคนที่มีอาการไข้ มีการจับตาสังเกตอย่างใกล้ชิด นอกจากนั้นเราจะมีการให้ข้อมูลความมั่นใจก่อนเดินทางไปที่ต่างๆ ว่าถ้าไม่จำเป็นก็ควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีการระบาด แต่ถ้ามีความจำเป็นต้องไป จะแนะนำว่าก็ควรป้องกันตัวอย่างไร ถ้าเจอใครจาม ก็ไม่ต้องถึงขั้นตกใจ เพราะยังไม่มีรายงานว่ามีผู้ติดเชื้อมีภาวะแทรกซ้อนถึงขั้นเสียชีวิต ส่วนใหญ่ก็จะหายได้เองภายใน 7 วัน แต่ถ้ามีอาการชัดเจน คือมีผื่นขึ้นก็ควรปรึกษาแพทย์ หรือโทรมาที่ 1422 ของกองควบคุมโรค ก็จะให้คำแนะนำว่าจะดูแลตัวเองอย่างไร”

0 views0 comments