อุตสาหกรรมครึ่งปีหลังฟื้นดีขึ้น


ความคิดและความรู้สึกของคนส่วนมากจะยึดติดอยู่กับข่าวในทางลบมากกว่าจะพิจารณาไตร่ตรองข้อมูลหรือข่าวในทางบวก ทำให้จะมองแนวโน้มที่แท้จริงไม่ออก ต้องรอให้มีการประเมินผลจริงออกมาหลายระยะแล้ว จึงจะยอมเชื่อว่าดีจริง และดีกว่าที่คาดคิดไปมาก ด้วยเหตุผลจุดนี้ที่ทำให้มีข่าวและการวิจารณ์ออกมาในทางลบตลอดเวลาครึ่งปีที่ผ่านมา โดยจะอ้างแต่เศรษฐกิจโลกยังทรุดหรือชะลอตัว ทั้งๆ ที่อัตราการเติบโตดีขึ้นจากปีก่อนก็ตาม แต่ผลจริงยังต่ำกว่าที่เคยคาดหวังหรือประเมิน จึงสรุปว่าเศรษฐกิจไม่ดี ส่วนในประเทศก็จะอ้างต่อว่าเศรษฐกิจไม่ดี เพราะเศรษฐกิจโลกกดดัน ยิ่งได้ตัวเลขการส่งออกที่ติดลบมากกว่าปีเป็นข้ออ้าง ดูจะมีน้ำหนักให้เกิดความน่าเชื่อมากยิ่งขึ้น เป็นการอ้างเฉพาะด้านลบเท่านั้น ไม่ได้มองในสิ่งที่เป็นบวกตามมาเลย เพราะในความเป็นจริง แม้มูลค่าการส่งออกจะลดลงก็ตาม แต่ดุลการค้าของไทยยังเป็นบวกทุกเดือน หากพูดกันง่ายๆ ตามภาษาการค้า ก็พูดได้ว่าไทยมีกำไรจากการค้าระหว่าสงประเทศแทบทุกเดือน และยังเป็นการทำกำไรที่ดีตลอดมาอีกด้วย จึงไม่มีผลเสียกับประเทศ กลับทำให้มีเงินสำรองระหว่างประเทศเพิ่มมากขึ้น เท่ากับสร้างเครดิตที่ดีกับประเทศมากขึ้นไปด้วย จึงไม่ต้องแปลกใจว่า ทำไมเงินทุนจากต่างประเทศยังคงไหลเข้าประเทศ เพราะต่างชาติรู้ดีว่าไทยมีพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง มีเงินตุนอยู่ในคลังมากพอ ไม่มีอะไรต้องกังวลจะแลกเปลี่ยนเงินกลับเข้าออกก็สะดวกสบาย ต่างกับประเทศที่มีเงินทุนสำรองฯน้อย จะมีปัญหาในการโยกเงินออกเท่ากับมีความเสี่ยงในการนำเงินเข้ามาลงทุนมาก

ดังนั้น จะพบว่าแม้จะยังมีเสียงวิจารณ์ทางลบในประเทศในด้านต่างๆ ก็เป็นแค่ปัญหาเล็กๆ ที่ไม่มีผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ จึงพบว่าเศรษฐกิจไทยขณะนี้ยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากไตรมาสแรกที่เศรษฐกิจโต 3.2% เพิ่มเป็น 3.5% ในไตรมาส 2 และพิจารณาจากปัจจัยแวดล้อมที่เอื้อมากขึ้นในครึ่งปีหลังนี้ คงจะทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้มากกว่าครึ่งปีแรกด้วย จึงมองเป็นจังหวะที่ดีกับการจะทยอยเลือกลงทุนในตลาดหุ้นต่อไป

ครึ่งปีหลังมีปัจจัยหนุนมากขึ้น ตลาดจะฟื้นตัวดีตาม

หากมองข้ามปัจจัยหลอกๆ รายวันที่เป็นข่าวแต่มีน้ำหนักกระทบเศรษฐกิจและการลงทุนของไทยน้อยออกไป จะพบว่าขณะนี้ซึ่งย่างเข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของปี 2559 จะมีปัจจัยบวกที่จะเกื้อหนุนให้เศรษฐกิจไทยโตดีและโตอย่างต่อเนื่อง จะมีผลให้ธุรกิจในตลาดหุ้นพลอยเติบโตและมีกำไรเพิ่มมากขึ้นในครึ่งหลังของปีไปด้วย ทำให้สามารถประเมินได้ว่าตลาดหุ้นจะฟื้นตัวได้มากขึ้น แม้ว่าในด้านการเก็งกำไรทางเทคนิคยังติดอยู่ ความเชื่อที่ว่าตัวเลขดัชนีที่ 1,550 จุด เป็นแนวต้านใหม่ที่สำคัญก็ตาม แต่จะเป็นแค่แนวต้านทางจิตวิทยาเท่านั้น เมื่อไหร่ที่นักเก็งกำไรเริ่มคลายความกังวลในอารมณ์ก็จะเกิดความเชื่อมั่นในทางบวกได้มากขึ้น การเก็งกำไรรอบใหม่จะตามมา จะกลายเป็นแรงขับดันให้มีการกลับมาลงทุนเพิ่มต่อไป อย่างไรก็ตาม ปัจจัยบวกที่จะกลับมาหนุนตลาดในขณะนี้คือ หลังการขึ้นเครื่องหมาย XD ของบรรดาหุ้นขนาดใหญ่หมดไป ดัชนีก็จะหมดแรงฉุดไปด้วย เพราะที่ผ่านมาความกังวลกับการปรับลงของราคาหุ้นจากการขึ้นเครื่องหมาย XD มีผลกับดัชนีค่อนข้างมาก จึงเป็นปัจจัยลบที่กดตลาดในระยะสั้นๆ เพราะแท้จริงแล้วราคาหุ้นจะต้องอิงและปรับตามมูลค่าแท้จริงของธุรกิจ เมื่อผลออกมาชัดเจนว่าปัจจุบันธุรกิจส่วนมากในตลาดมีกำไรดีขึ้น ไม่ได้แย่ลง ราคาหุ้นก็ไม่ควรจะปรับลง ควรจะปรับขึ้นมากกว่า แต่การเก็งกำไรกดราคาด้วยเหตุผล XD ทำให้ราคาหุ้นส่วนมากปรับลงตามกระแสตลาดในระยะสั้นๆ เมื่อกลับสู่ภาวะปกติ ราคาก็จะค่อยๆ ปรับขึ้นตามพื้นฐานใหม่ที่ดีกว่าเดิมด้วย นอกจากนี้เมื่อมาพิจารณาจากปัจจัยอื่นๆ ที่สำคัญๆ จะพบว่ากำลังซื้อในตลาดมากขึ้น ทั้งจากเงินลงทุนจากต่างประเทศไหลเข้ามาก และกำลังซื้อของนักลงทุนไทยที่เพิ่มขึ้น และความเชื่อมั่นของนักลงทุนก็ดูดีกว่าเดิม เพราะมองได้ชัดเจนจากการลงทุนขนาดใหญ่ในโครงการพื้นฐานที่กำลังคืบหน้า และล่าสุดมีการประเมินจากทางสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมด้วยว่าในครึ่งปีหลังนี้ จะมีอุตสาหกรรมหลายอย่างที่จะมีการปรับตัวดีขึ้นมาก ได้แก่ อาหารสำเร็จรูป เกษตรแปรรูป เช่น ไก่แช่แข็ง และการแปรรูปผลไม้ ซึ่งพบว่าจะมีการปรับตัวดีขึ้น ทั้งด้านราคาและปริมาณ ส่วนธุรกิจวัสดุก่อสร้างอย่างคอนกรีตและปูนซีเมนต์ก็จะดีจากธุรกิจที่อยู่อาศัยขยายตัวด้วย ทำให้ตลาดจะตอบรับกับปัจจัยบวกที่กล่าวได้มากขึ้น มีผลให้ตลาดจะเดินหน้าได้ต่อไป การทยอยเลือกลงทุนจึงเป็นกลยุทธ์ที่ดีในช่วงนี้

0 views0 comments

For advertising please call: 02-2534691