ITEL ลูก ILINK เคาะขาย mai 14 กันยา


ITEL ลูก ILINK สรุปไอพีโอ 5.20 บาท/หุ้น จัดสรรให้ผู้ถือหุ้น ILINK (Pre-emptive Right) รอบแรก 12% ก่อนขายประชาชนทั่วไป 7-9 กันยายน จากนั้นเคาะซื้อขายในตลาด mai 14 กันยายนนี้ ฟินันเซีย ไซรัส จับมือ 6 โบรกฯ

บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม ITEL ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น (ILINK) โดย ILINK ถือหุ้น 99.99% พร้อมซื้อขายและเข้าจดทะเบียนในกระดาน mai ภายในเดือนกันยายนนี้แล้ว

นายสมภพ กีระสุนทรพงษ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย หุ้นสามัญเพิ่มทุนบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม หรือ ITEL เปิดเผยว่า มั่นใจหุ้น IPO ITEL จะได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างดี จากแผนการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 200 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 1.00 บาท ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 40 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้

ทั้งนี้ได้แบ่งหุ้น จัดสรรขายให้กับผู้ถือหุ้นสามัญของ ILINK (Pre-Emptive Right) ไม่เกิน 60 ล้านหุ้น ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม และ 1-2 กันยายน 2559 และเสนอขายให้ประชาชนทั่วไป 140 ล้านหุ้น ระหว่างวันที่ 7-9 กันยายน 2559 โดยมีผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายเข้าร่วมอีก 6 แห่ง ประกอบด้วย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก , บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) , บริษัทหลักทรัพย์ เคที ซีมิโก้ , บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ , บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน และบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง คาดว่าจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็มเอไอ (mai) ในวันที่ 14 กันยายน 2559

“การกำหนดราคาไอพีโอของ ITEL ที่ 5.20 บาทต่อหุ้น เป็นการกำหนดราคาในระดับราคาที่เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง จากการที่ ITEL มีจุดเด่นที่โครงข่ายเป็นเคเบิ้ลใยแก้วนำแสงทั้งเส้นทาง ครอบคลุม 75 จังหวัดทั่วประเทศ รวมทั้งยังเป็นโครงข่ายที่เป็นเส้นทางที่แตกต่าง มีศักยภาพในการเติบโตสูงจากการเข้าสู่ยุคดิจิตอล รวมทั้งสอดคล้องกับการสำรวจความต้องการของนักลงทุนรายย่อยจากการเดินทางไป เสนอข้อมูลแก่นักลงทุนใน 3 จังหวัด ประกอบด้วย หาดใหญ่ สงขลา กรุงเทพมหานคร และ เชียงใหม่ และจากการเสนอข้อมูลให้กับนักลงทุนสถาบัน จึงเชื่อมั่นว่า ITEL จะได้รับความสนใจลงทุนอย่างมาก” นายสมภพกล่าว

ในส่วนของผลประกอบของ ITEL มีการเติบโตอย่างโดดเด่น โดยรายได้รวมของบริษัท เติบโตจาก 12.57 ล้านบาทในปี 2556 ซึ่งเป็นปีแรกที่เริ่มเปิดให้บริการโครงข่าย เป็น 436.89 ล้านบาท ในปี 2558 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่สูงถึง 502.89% และงวด 6 เดือนปี 2559 บริษัทมีรายได้รวม 354.82 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 95.75% และจากการที่ปัจจุบันบริษัทได้สร้างโครงข่ายหลักครอบคลุมทั่วประเทศแล้ว เหลือเพียงแค่เส้นทางย่อย (Last mile) เพื่อเชื่อมต่อไปยังลูกค้าแต่ละราย ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งเพิ่มเพียงเล็กน้อย ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกันจาก 13.11% ในปี 2556 เป็น 29.98% ในงวด 6 เดือนปี 2559 เช่นเดียวกับอัตรากำไรสุทธิของบริษัทซึ่งเพิ่มขึ้นจาก อัตราขาดทุนสุทธิที่ 127.99% ในปี 2556 เป็น 10.11% ในงวด 6 เดือนปี 2559 ส่งผลทำให้กำไรสุทธิของงวด 6 เดือนปี 2559 เพิ่มเป็นจำนวน 35.87 ล้านบาท สูงกว่ากำไรสุทธิทั้งปีของปี 2558 ที่มีจำนวน 30.67 ล้านบาท

นอกจากศักยภาพในการเติบโตของรายได้แล้ว อัตราการทำกำไรดังกล่าวยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการ ประหยัดต่อขนาด (Economies of scale) ทำให้มั่นใจว่า ITEL จะเป็นหุ้นน้องใหม่ที่ได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดี

นายณัฐนัย อนันตรัมพร กรรมการผู้จัดการ ITEL กล่าวว่าเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้จำนวน 1,040 ล้านบาท จะนำไปใช้ในการปรับปรุงและขยายประสิทธิภาพโครงข่ายจำนวน 50 ล้านบาท ใช้เป็นเงินลงทุนในการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อสร้างศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ จำนวน 70 ล้านบาท ใช้ชำระคืนเงินกู้ยืมบริษัทที่เกี่ยวข้อง จำนวน 600 ล้านบาท และที่เหลือใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน

“ITEL กำหนดราคาเสนอขายที่ 5.20 บาทต่อหุ้น เป็นราคาที่เหมาะสม ซึ่งนักลงทุนจะได้มีส่วนลงทุนในบริษัทที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง มีศักยภาพในการเติบโตสูง การระดมทุนครั้งนี้ จะยิ่งสร้างการเติบโตจากการใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการขยายกิจการ การปรับปรุงและขยายประสิทธิภาพโครงข่ายเพื่อรองรับความต้องการ ใช้ งานและเพื่อเพิ่มเสถียรภาพและประสิทธิภาพการให้บริการ เนื่องจากเทคโนโลยีทางด้านข้อมูลมีขนาดใหญ่ขึ้น ทำให้ผู้ใช้งานต้องการช่องสัญญาณขนาดใหญ่ โดยบริษัทจะลงทุนในอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับโครงข่าย เช่น MPLS และ DWDM รวมถึงอุปกรณ์ Node เพื่อรองรับการเชื่อมต่อไปยังต่างประเทศ เช่น มาเลเซีย, เมียนมาร์ และลาว เพื่อรองรับการเปิด AEC รวมทั้งการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อสร้างศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ และชำระคืนเงินกู้ยืมเพื่อให้ฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้น เชื่อมั่นว่าการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนครั้งนี้ ITEL จะได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างดี” นายณัฐนัย กล่าว

3 views0 comments