Search

KTB รับสินเชื่อปีนี้อาจโต 0% ปี 60 ตั้งสำรองหนี้เสีย 130%


กรุงไทยรับสภาพ สินเชื่อปีนี้อาจโตเจ๊ากับปีก่อน แต่ไม่ถึงติดลบ คาดอยู่ที่ระดับ 0-3% หลังครึ่งปีแรกโตติดลบ 4-5% หวังอานิสงส์สินเชื่อเอสเอ็มอีไซส์กลาง-ภาครัฐ ยันคุมหนี้เสียไม่เกิน 3.9% หากตั้งเป้าปี 60 สำรองหนี้เสียเพิ่มเป็น 130% ล่าสุดจับมือ สตช.จ่ายค่าปรับผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ของแบงก์

นายวรภัค ธันยาวงษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย (KTB) เปิดเผยว่า ในปีนี้สินเชื่อของธนาคารอาจเติบโตเพียง 0-3% จากเป้าหมายเติบโต 3-4% เนื่องจากช่วงครึ่งปีแรกสินเชื่อเติบโตติดลบ 4-5% ซึ่งเป็นการติดลบครั้งแรกในรอบ 4 ปีตั้งแต่ตนเองเข้ามาบริหาร

อย่างไรก็ดี ธนาคารยังไม่มีการปรับเป้าหมายขยายสินเชื่อ และมั่นใจว่าในปีนี้สินเชื่อจะไม่เติบโตติดลบเหมือนธนาคารอื่น โดยสินเชื่อจะเติบโตดีขึ้นในช่วงครึ่งจากสินเชื่อเอสเอ็มอี โดยเฉพาะเอสเอ็มอีไซส์ M ที่มียอดขายตั้งแต่ 100 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งจะเห็นการเติบโตเป็นเลข 2 หลัก และความต้องการสินเชื่อจากโครงการของภาครัฐ

“ยอมรับปีนี้สินเชื่ออาจไม่ขยายตัวเลย หรือเติบโต 0% แม้ว่าเศรษฐกิจช่วงครึ่งปีหลังจะเริ่มฟื้นตัว และความเชื่อมั่นฟื้นคืนมา หากไม่พอชดเชยการติดลบของช่วงครึ่งปีแรก” นายวรภัค กล่าวและเผยต่อไปว่า

ด้านหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ปัจจุบันอยู่ที่ 3.86% โดยในปีนี้ธนาคารจะควบคุมให้อยู่ในระดับไม่เกิน 3.9% ซึ่ง NPL ช่วงที่ผ่านมามีการเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวลง และคาดว่าจะลดระดับลงในช่วงครึ่งปีหลัง เนื่องจากธนาคารมีการคัดกรองลูกค้าเข้มงวดมากขึ้น

ทั้งนี้ ในปีนี้ธนาคารอาจตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญราว 8-9 หมื่นล้านบาท จากปีที่ผ่านมาที่มีการตั้งสำรองประมาณ 7 หมื่นล้านบาท โดยครึ่งปีแรกมีการตั้งสำรองไปแล้ว 1.9 หมื่นล้านบาท ซึ่งธนาคารมีเป้าหมายตั้งเป้าสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage Ratio) ให้อยู่ที่ระดับ 130% ภายในปี 2560 จากปัจจุบันอยู่ที่ 103%

ส่วนกรณี NPL ของบริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี (SSI) และบริษัท สหฟาร์ม ธนาคารได้มีการตั้งสำรองเต็มจำนวนแล้ว และ SSI ได้ให้ความร่วมมือกับธนาคารในการปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งการที่อุตสาหกรรมเหล็กยังไม่ฟื้นตัวตามคาดการณ์ จึงต้องใช้เวลาในการปรับตัว

นายวรภัค กล่าวต่อไปว่า ล่าสุด ธนาคารได้ร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ส่งเสริมการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ โดยขยายช่องทางรับชำระเงินค่าปรับจราจรให้กับประชาชนที่ได้รับใบสั่งจราจรในรูปแบบไม่ยึดใบขับขี่ จากเดิมที่ต้องไปชำระที่สถานีตำรวจ ซึ่งจะให้บริการรับชำระกับผู้ที่ได้รับใบสั่งจากกล้องของกองบังคับการตำรวจจราจร กองบังคับการตำรวจทางหลวง และสถานีตำรวจในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยนำใบสั่งที่ออกตั้งแต่ 1 กันยายน 2559 และมีแถบบาร์โค้ดไปชำระที่เคาน์เตอร์สาขากว่า 1,200 แห่งทั่วประเทศ และ KTB netbank ได้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนนี้ และผ่านเครื่องเอทีเอ็มกว่า 9,000 เครื่อง ตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน 2559 นอกจากนี้ ธนาคารจะขยายการรับชำระใบสั่งทุกประเภทจากทุกสถานีตำรวจทั่วประเทศ ภายในเดือนมกราคม 2560

ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ เป็นการร่วมขับเคลื่อนนโยบาย National e-Payment ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล อีกทั้งเป็นการยกระดับมาตรฐานงานด้านบริการประชาชน โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติและธนาคารกรุงไทย ได้ร่วมกันพัฒนาระบบรองรับธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน เนื่องจากธนาคารกรุงไทยมีศักยภาพในการติดตั้งระบบการเชื่อมต่อข้อมูลรองรับการชำระเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย มีระบบตรวจสอบการรับส่งเงิน ตามที่กรมบัญชีกลางกำหนด จึงมั่นใจว่า บริการรับชำระค่าปรับจราจรผ่านธนาคารกรุงไทย จะช่วยลดขั้นตอน ระยะเวลา และภาระในการเดินทางของประชาชน และในเฟสต่อไปจะให้บริการรับชำระผ่านตัวแทนชำระเงิน (Banking Agent) และเพิ่มช่องทางการชำระด้วยบัตรเดบิตและบัตรเครดิตบนเว็บไซต์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ


For advertising please call: 02-2534691