Search

ดักคอ ‘นายแบงก์’ จริงใจ.. Soft Loan ช่วยโรงแรม


นายกฯแอตต้าย้ำ...เหตุระเบิดกระทบท่องเที่ยวไม่มาก เชื่อเป็นเรื่องชั่วครั้งชั่วคราว ไม่จำเป็นต้องประกาศวันหยุดยาวเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว ชี้หยุดยาวมากไป ธุรกิจอื่นขาดรายได้หนักมาก พร้อมฝากไปถึงสมาคมแบงก์ไทย อย่าใช้แค่คำหวานโปรยยาหอม ขอให้ช่วยธุรกิจโรงแรมอย่างจริงจัง จัดเงินกู้ก้อนโตดอกเบี้ยถูกให้รีโนเวทที่พัก ปรับปรุงบริการ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวดีหนึ่งประเภทหนึ่ง

นายเจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว หรือแอตต้า กล่าวในรายการ “เซียนเศรษฐกิจ” ที่จัดโดยทีมข่าวหนังสือพิมพ์ “ดอกเบี้ยธุรกิจ” ถึงเหตุการณ์ระเบิดป่วน 7 จังหวัดทางภาคใต้ของไทยที่มีผลกระทบกับภาพรวมการท่องเที่ยวไทยว่า หลังเกิดเหตุการณ์ลอบวางระเบิดวันที่ 11-12 สิงหาคม 2559 ทางแอตต้ามีการตรวจสอบตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติที่สนามบินทั้ง 2 แห่งคือที่ดอนเมืองและสุวรรณภูมิ พบว่า ยังไม่มีผลกระทบที่ทำให้ยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงแต่อย่างใด

“ไม่น่าจะมีผลกระทบโดยรวม ไม่ว่าจะเป็นอัตราการเข้าพัก เพราะสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติอย่างรวดเร็ว ซึ่งทุกฝ่ายช่วยกันสร้างความเชื่อมั่น พยายามป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้นอีก ซึ่งสถานการณ์ต่างๆก็ดีขึ้นตามลำดับ ตามหัวเมืองต่างๆ ยังมีนักท่องเที่ยวเต็มทุกที่ ระยะหลังมานี้นักท่องเที่ยวอาจจะมองว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ เลยไม่มีความกังวล เพราะตลอดระยะเวลาหลายปีมีเหตุการณ์ระเบิดเกิดขึ้นทั้งบ้านเราและต่างประเทศจนเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันของในแต่ละประเทศ อยู่ที่ว่าแต่ละประเทศจะสามารถป้องกันได้อย่างไร จะสามารถสร้างความเชื่อมั่นได้อย่างไร หลังจากเกิดเหตุแล้วได้ดูแลนักท่องเที่ยวดีมากน้อยแค่ไหน อย่างของเรา เราก็ต้องป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก ต้องช่วยกันทำหลายๆส่วน ทั้งส่วนราชการเอง เอกชน เจ้าของกิจการ ประชาชนทั่วไป ก็ต้องเฝ้าระวังอย่างเต็มที่ ปัญหานี้จะได้ลดน้อยลง”

ในส่วนการประกันชีวิตให้นักท่องเที่ยวต่างชาตินั้น นายเจริญกล่าวว่า ยกเลิกไปแล้วหลังจากสถานการณ์เข้าสู่สภาวะปกติ ซึ่งเดิมการทำประกันจะเป็นการประกันเพื่อคุ้มครองในกรณีของการจลาจล เพราะอินชัวร์รันของต่างประเทศจะไม่ครอบคลุมในเรื่องการจลาจลและก่อการร้าย จึงได้ทำประกันส่วนนี้เสริมเข้าไป เมื่อสถานการณ์เข้าสู่สภาวะปกติ จึงมีการยกเลิกไปเนื่องจากต้องใช้งบประมาณส่วนกลางทำประกัน

“ตอนนี้ก็อยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาอยู่ว่า ถ้าเราเอารายได้จากนักท่องเที่ยวมาทำประกัน จะทำให้รายจ่ายเยอะ หักลบแล้วเราก็ไม่เหลือเท่าไหร่ และของเราราคาค่าใช้จ่ายก็ไม่ได้แพงมาก ตรงนี้กำลังพิจารณาว่าจะเก็บเงินจากการท่องเที่ยวได้หรือไม่ ซึ่งขณะนี้กำลังหาโซลูชั่นว่าจะบริหารจัดการอย่างไร จะเก็บเงินจากนักท่องเที่ยวรูปแบบใด คือไม่ใช่เก็บปีต่อปี เพราะจะไม่เกิดความยั่งยืน”

สำหรับกรณีที่มีการเสนอให้รัฐบาลประกาศวันหยุดต่อเนื่องเพิ่มเพื่อกระตุ้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวนั้น นายเจริญกล่าวว่า มาตรการนี้ใช้ได้เฉพาะครั้งเฉพาะคราว โดยต้องดูสภาพปัญหาแต่ละครั้งว่ามากน้อยแค่ไหน เพราะวันหยุดยาวจะเกี่ยวข้องเฉพาะคนไทยเท่านั้น

“วันหยุดของไทยกับต่างชาติอาจจะตรงกันบ้างครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งหนึ่งก็เป็นวันหยุดของแต่ละวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ ก็คงจะมาใช้วันหยุดยาวของไทยไม่ได้ แต่ถามว่าเรื่องวันหยุดยาวใช้ได้ผลหรือไม่ ก็คือว่าใช้ได้บางเหตุการณ์ แต่ว่าจะใช้บ่อยๆคงจะไม่มีผลมากนักเพราะอุตสาหกรรมของไทยใช่ว่าจะมีเฉพาะท่องเที่ยว แต่ยังมีอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานอื่นๆอีกมาก ทั้งพาณิชย์ จะกระทบเยอะ ซึ่งเวลาจะออกมาตรการใด ต้องดูผลกระทบด้วย…

ส่วนเรื่องค่าเงินบาทที่แข็งค่านั้น ถือเป็นเรื่องปกติค่าเงินมีขึ้นและลง คงเป็นเรื่องเล็กน้อยที่จะกระทบเรื่องการท่องเที่ยว คืออย่างไรเสียค่าเงินบ้านเราก็คุ้มค่าสำหรับคนต่างชาติที่มาเที่ยวแล้ว คิดว่าไม่น่าจะมีผลกระทบกับการท่องเที่ยว เท่าที่ดูมาจากหลายเหตุการณ์ จากที่ขึ้นมา 29 บาท ก็คงจะมีผลต่อทางจิตวิทยาบ้าง พอ 30 บาทอัพขึ้นไปต้นๆก็ไม่น่าจะมีผลอะไรกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย”

นอกจากนี้ นายเจริญยังกล่าวถึงกรณีที่กลุ่มสมาคมธนาคารไทยจัดแพ็คเกจช่วยเหลือโรงแรมและรีสอร์ท ให้กู้เงินอัตราดอกเบี้ยถูกเพื่อนำไปปรับปรุงโรงแรม รีสอร์ท และปรับปรุงการให้บริการว่า เป็นแนวคิดที่เสนอมาจากพลังประสานประชารัฐที่ตนเองนั่งเป็นคณะกรรมการอยู่ โดยเป็นมาตรการที่จะช่วยในเรื่องของเศรษฐกิจของประเทศให้หมุนเวียน ซึ่งการรีโนเวทโรงแรมจะต้องใช้วัสดุของไทยทั้งหมด เพื่อให้เงินสะพัดไปในอุตสาหกรรมอื่นๆด้วย

“ถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องดูมาตรการว่าดีจริงมั้ย บางทีธนาคารมีคำพูดสวยหรู แต่พอลงท้ายทำไม่ได้ ต้องยอมรับว่าการท่องเที่ยวทำรายได้ให้กับประเทศมาหลายสิบปี แต่ก็ไม่ได้เฟเวอร์อะไร ส่วนอุตสาหกรรมอื่นๆ ได้รับการเฟเวอร์อยู่ตลอดเวลา รัฐอุ้มชูตลอด ส่วนท่องเที่ยวได้รับการช่วยเหลือน้อย แทบจะไม่ได้เลย ตรงนี้ถ้าสมาคมธนาคารไทยช่วยกันให้เงินกู้ก้อนโต และช่วยผ่อนเบาในเรื่องดอกเบี้ย ตรงนี้คิดว่าเป็นแนวทางที่ถูก เพราะปัจจุบันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยต้องการเพิ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพให้มาก ดังนั้น ก็ต้องไปเพิ่มซัพพลายที่มีคุณภาพเยอะๆ แต่ความเป็นจริงคือบางโรงแรมก่อตั้งมา 20 ปีไม่เคยรีโนเวทเลย โรงแรมใหม่ๆก็เพิ่มขึ้นมา ของเก่าก็กลายเป็นสุสาน หมายความว่าในแหล่งท่องเที่ยวไทยจะมีทั้งโรงแรมที่สภาพโทรม ทั้งของเก่าและของใหม่ปะปนกันไป หากมีการรีโนเวท อัพเกรดกันบ้าง จะช่วยลดซัพพลายในการสร้างโรงแรมใหม่จนมากเกินไป จะทำให้โรงแรมเก่าๆอยู่ได้สบายๆ โดยวิธีแก้ก็ได้หลายๆส่วน อย่างน้อยก็ได้ของใหม่ และได้ของที่มีคุณภาพมากขึ้น ทุกวันนี้โรงแรมเก่าๆ ราคามีแต่จะต่ำลง ถ้าพัฒนารีโนเวท ราคาก็จะได้ตรงตามปัจจุบัน ก็จะสามารถเพิ่มรายได้ให้เข้าประเทศอีกทางหนึ่งด้วย”


For advertising please call: 02-2534691