การเหวี่ยงขึ้นจะมี 1,550 จุดเป็นจุดถอย


ปัจจัยต่างประเทศยังหนุน !

ตลาดหุ้นทั่วโลกยังไปต่อได้ สะท้อนออกมาจากการที่ดัชนี MSCI ACWI เป็นดัชนีถ่วงน้ำหนักตลาดหุ้นทั่วโลก ซึ่งออกแบบมาเพื่อสะท้อนด้านเคลื่อนไหวของราคาตลาดตราสารทุนโดยรวม โดย Morgan Stanley Capital International (MSCI) และประกอบด้วยหุ้นจากตลาดที่พัฒนาแล้วและตลาดเกิดใหม่

ในสัปดาห์ที่ผ่านดัชนี MSCI ACWI เปลี่ยนแปลง +1.08% เมื่อเทียบจากสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายรายของธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด แสดงความเชื่อมั่นว่า การดีดตัวขึ้นของอัตราเงินเฟ้อในช่วงที่ผ่านมานั้น จะไม่ทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อทะยานขึ้นแบบไม่พึงประสงค์ตามที่นักวิเคราะห์หลายคนได้เคยเตือนไว้ รวมถึงแสดงมุมมองเป็นบวกว่าเศรษฐกิจสหรัฐกำลังฟื้นตัวอย่างน่าพอใจ และยังเน้นย้ำถึงการสนับสนุนนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเป็นพิเศษของเฟด ส่งผลให้การประชุม FOMC ของเฟดในวันที่ 15-16 มิ.ย. 64 เป็นที่จับตากันอย่างมาก


สำหรับตลาดหุ้นทั่วโลก ในรอบนี้จะมีการจับตามองว่าจะมีโอกาสในการส่งสัญญาณการปรับลดวงเงิน QE และ Dot Plot จะมีมุมมองที่เปลี่ยนแปลงไปทาง Hawkish หรือสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยมากขึ้นหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตามนักลงทุนส่วนใหญ่ในตลาดหุ้นโลกยังคงคาดว่าการประชุมในครั้งนี้ เฟดจะยังคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับเดิม ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐยังคงส่งสัญญาณฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยตัวเลข Initial Jobless Claim ลดลงสู่ระดับ 406,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐเมื่อเดือน มี.ค. 63 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 425,000 ราย

นอกจากนี้ตลาดหุ้นสหรัฐ และตลาดหุ้นโลกยังได้ปัจจัยบวกจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ของประธานาธิบดี Joe Biden วงเงิน 6 ล้านล้านดอลลาร์ โดยจะประกอบด้วยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ครอบคลุมถึงการที่รัฐบาลจะเข้าลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งช่วยเหลือภาคครัวเรือนสหรัฐเพื่อเยียวยาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ขณะที่ในฝั่งของยุโรปก็มีปัจจัยบวกเช่นเดียวกัน หลังจากที่ Christine Largard ประธานธนาคารกลางยุโรป หรือ ECB เปิดเผยว่า ยังเร็วเกินไปที่จะหารือเรื่องการยกเลิกนโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย หลังสิ้นสุดโครงการซื้อพันธบัตรฉุกเฉินวงเงิน 1.85 ล้านล้านยูโร (2.3 ล้านล้านดอลลาร์) โดย ECB จะประชุมครั้งต่อไปเพื่อหารือด้านนโยบายการเงินในต้นเดือนหน้า

ขึ้นต่อได้แต่ฝรั่งยังขาย ! ในทางเทคนิคทิศทางของตลาดหุ้นโลกในภาพรวมยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนออกมาจากการที่ดัชนี S&P500 ของสหรัฐ และ Stoxx50 ของยุโรปยังคงมีรูปแบบ Golden Cross ครบทั้ง 5 ขั้นอย่างชัดเจน และต่อเนื่อง นอกจากนี้ Momentum ของตลาดหุ้นโลกยังคงดีอยู่มาก สะท้อนออกมาจากการที่ดัชนี VIX Index ซึ่งเป็นดัชนีที่มีความสัมพันธ์หรือ Correlation ที่เป็นลบกับตลาดหุ้น ของตลาดหุ้นสหรัฐ, ยุโรปและฮ่องกงปรับตัวลดลง 17.42%, 15.51% และ 4.92% เมื่อเทียบจากสัปดาห์ที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงความกลัวของนักลงทุนที่ลดลง

ขณะที่ผลสำรวจความเชื่อมั่นของนักลงทุนสหรัฐจาก AAII ที่ระบุว่าในสัปดาห์ที่ผ่านมา สัดส่วนนักลงทุนที่เชื่อว่าตลาดหุ้นสหรัฐในระยะ 6 เดือนข้างหน้ายังคงเป็นขาขึ้น หรือ Bullish อยู่ที่ 36.40% เทียบกับสัดส่วนนักลงทุนที่เชื่อว่าตลาดหุ้นสหรัฐในระยะ 6 เดือนข้างหน้ากำลังกลับเป็นขาลง หรือ Bearish ที่ 26.40% ในส่วนของตลาดหุ้นไทยในเชิงของเทคนิค การที่ Indicator อย่าง MACD ของดัชนี Accumulated Foreign Fund Flow ยังมีสัญญาณ Negative Convergence ต่อเนื่อง หลังจากที่ไทยพบกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 รอบใหม่ สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการไหลออกของเม็ดเงินจากนักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นไทยจะยังคงมีอยู่ในระยะสั้นต่อไป

อย่างไรก็ตาม ตราบใดที่ SET ยังคงยืนเหนือ 1,550 จุด(+/-10) ซึ่งเป็นกรอบแนวรับที่ SET จำเป็นต้องสร้างฐานต่อไปได้ ในระยะสั้น SET ยังคงอยู่ในทิศทางของการแกว่งตัวขึ้นต่อ

ในส่วนของกลยุทธ์ สำหรับการลงทุนระยะสั้น (ไม่เกิน 1 สัปดาห์) ตราบใดที่ SET ยังคงไม่ลงไปปิดต่ำกว่า 1,550 จุดอีกครั้ง เน้น “เก็งกำไรระยะสั้น” โดยมี 1,550 จุดเป็นจุดหมุน และจุด Cut Loss ในหุ้น CPALL, BJC, BEM, CRC, AOT, GPSC, PTTGC, WHA และ BDMS อีกครั้ง สำหรับการลงทุนระยะกลาง (1-3 เดือน) ในลักษณะ Long-Only แนะนำ “คงสัดส่วนการลงทุนในหุ้นมาอยู่ที่ระดับ 25% ของพอร์ต”

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่ความเห็นส่วนตัวของผมนะครับ โปรดใช้วิจารณญาณ และศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการตัดสินใจลงทุนด้วยครับ สำหรับการพูดคุยกันระหว่างสัปดาห์นอกจากทาง Facebook ที่ www.facebook.com/wealthhuntersclub และ e-mail ที่ moobin.stockmania@gmail.com แล้ว แฟนๆ ยังสามารถติดตามมุมมองเกี่ยวกับการลงทุนจาก “นายหมูบิน” ได้ในรายการ “เซียนเศรษฐกิจ” ทาง FM 97 ทุกวันอาทิตย์ เวลา 14.00-16.00 น. เช่นเดิมครับ

ภาพประกอบ : การวิเคราะห์ทิศทางตลาดหุ้นไทยในทางเทคนิครายวัน (Daily)

Source: Wealth Hunters Club



25 views0 comments